หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  สุดา  ใจห้าว   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   20 มิ.ย. 2561    ถึงวันที่   22 มิ.ย. 2561
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะอนุกรรมการการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    การประชุมเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนบุคลากรสุขภาพด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ประจำปี 2561
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    28 มิ.ย. 2561


  เนื้อหา ?
  การประชุมเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนบุคลากรสุขภาพด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ประจำปี 2561 (ดาวน์โหลดคู่มือการเรียนการสอนเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล 2017 ที่http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/RationalDrugUse/RDU05.pdf) Rational Drug Use :RDU องค์กรอนามัยโลกให้ “การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (rational drug use) หมายถึง การที่ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพโดยใช้ยา ในส่วนที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายด้วยระยะเวลาการทานยาที่เหมาะสม มีค่าต่อผู้ป่วยชุมชนน้องที่สุด (WHO,1985) โดยการใช้ยาในกรอบบัญชีมี ข้อบ่งชี้ที่สำคัญ คือเป็นยาที่มีคุณภาพมีประสิทธิผลจริง สนับสนุนด้วย หลักฐานที่เชื่อถือได้ให้ประโยชน์ทางคลินิกเหนือกว่าความเสี่ยง จากากรใช้ ยาอย่างชัดเจน มีราคาเหมาะสมคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน คำนึงถึงปัญหาเชื้อดื้อยา การดำเนินการตาม MOU ของสภาวิชาชีพและเครือข่ายการศึกษา 1. คณะพยาบาล มีการกำหนด มีการสำรวจการใช้ RDU ในทุกสถาบันการศึกษา มีการจัดประชุมผู้แทนจากสถาบันการศึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร RDU และสรุปเนื้อหาหลัก 17 ประเด็นในการเรียนการสอน RDU กำหนดเป็นสมรรถนะหลัก ออกเป็นข้อสอบเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพฯ 2. คณะเภสัช มีการรวม RDU กับ Patient safety มีการสำรวจการใช้ RDU ใน 19 สถาบันการศึกษา กำหนดหลักการ RDU กับ Patient safety ในหลักสูตร ตั้งแต่ปี 1-6 ทำคู่มือการสอน ทำสมุดบันทึกให้นศ.บันทึก มีการใช้ IPE ในการจัดการเรียนการสอน มีจัดสร้างเป็นราวิชา RDU (ม.เชียงใหม่) 3. คณะสัตวแพทย์ มีการสำรวจการใช้ RDU ในสถาบันการศึกษา กำหนดเป้าหมายร่วมกัน ทำคู่มือการสอน บรรจุเนื้อหาในหลักสูตร 4. คณะทันตแพทย์ มีการสำรวจการใช้ RDU ในสถาบันการศึกษา ทำคู่มือการสอน บรรจุเนื้อหาในหลักสูตร ออกเป็นข้อสอบเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพฯ 5. คณะแพทย์ บรรจุเนื้อหา RDU ในหลักสูตร บูรณาการความรู้ปี 2-ปี6 มีการใช้หลักการดำเนินการ EPA นำเสนอ Good practice ของการสอน RDU 1. การสอนแบบ IPE ของ PSU 2. การสอนแบบ Integration of patient safety and RDU ของ CMU 3. Apply the one health concept ของคณะสัตวแพทย์ ม.เชียงใหม่ 4. การสอน RDU ของคณะพยาบาล ม.มหิดล การบรรยายเรื่อง การสื่อสารเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม จะต้องมีองค์ประกอบ 1. การสร้าง Motivation 2. skill power : การสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือ (self eff) เพื่อให้เกิดความไว้วางใจต้องใช้เทคนิคการสื่อสาร ซึ่งปกติมนุษย์ มีสมองในส่วนเอาตัวรอด Repitilian B , Limbic B อารมณ์ ความรัก ความอบอุ่น, นำ Neocortex สติสัมปชัญญะ เหตุผล ศีลธรรม ดังนั้น ช่วง Pt โกรธ repitilian มากเช่น ตั้งคำถามชวนคิด Pt มาซื้อยา amoxy ตั้งคำถามกลับ ว่า ติดเชื้ออะไร.....ชี้แจงให้เห็นข้อมูล 3. SRM โมเดล for communication โดย มี Mindset ใช้ใจมองโลก ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ Relationship สะสมบัญชีอออมใจ มองโลกแง่ดี ให้อภัย ทุกคนผิดพลาดกันได้ สร้างสัมพันธภาพดี สะสมให้เกิดก่อนมีปัญหา Skill เทคนิคที่ทำให้คนเกิดรู้สึก คิดได้ ทั้ง คำพูดและไม่ใช้คำพูด ท่าทาง การสบตามีผลต่อคนไข้ เทคนิค เมื่อเจอคำถามที่ทำให้โกรธ 1. มีสติ รับรู้อารมณ์ เช่น รู้ว่ากำลังโกรธ ปิดตา ถอยออกมา หายใจเข้าลึกๆ เพิ่มออกซิเจน 2. ขอบคุณ โฟกัสด้านบวก 3. สะท้อนความรู้สึก 4. ฟังอย่างใคร่ครวญ เพื่อค้นหาความกังวลที่แท้จริง 5. ชวนหาทางออก อย่ามองใกล้ ใจแคบ แอบตัดสิน (หมาป่า) แต่ต้อง มองไกล ใจกว้าง วางได้ยีราฟ 6. เทคนิค การสื่อสาร 2 ทาง การสร้างแรงจูงใจ เรื่องใหญ่ให้ผู้ช้าๆ เรื่องด่วนให้พูดชัดๆ ทบทวนการเข้าใจ tell me more Section 2 เทคนิคการสอนเพื่อการใช้ยาสมเหตุผล ปัญหา คือ สอน...จำไม่ไม่ได้ เรากรอกความรู้ให้...มาก...ผู้เรียนล้น (ภาพ) การเรียนการสอน มีลูกอม OLE และ RDU เป็นทั้ง KAP** การใช้สั่ง RDU เป็น 1. congnative Domain *แต่ต้องมีความตระหนัก /2.Affective 3 Phycomoter เราจะสอนอย่างไรให้นศ.เกิด congnative Domain** 1. ต้องมีปรัชญา 2. มี theory เช่น หลักการ flip class room ,EPL,Active l 3. มี method เช่น PBL CBL Teaching Method* 1. Large group learning มีคนนำเป็น 1 คน (จังหวะอยู่ที่ครู คนถือไมค์ใหญ่ ผู้เรียนหลุดง่าย 2. Small group l ขึ้นกับ Interactive ของกลุ่ม เช่น PBL casrBL Tutorail group assign Bedsite ดีเพราะกลุ่มเล็ก 5-8 คน ปัญหาคือหลายกลุ่ม เกิดการไม่เที่ยง unreliable อาศัยการเทรนทั้งเด็กและอาจารย์ 3. One to one teaching เป็นเหมือ supervise เช่น hand on ป.โท 4. Independent การศึกษาอิสระ เช่น self directed learning ซึ่งต้อง เป็นความอยากเรียนมาจากนศ. ตั้งเป้าหมายโดยใคร resauce ใครกำหนด การประเมินอย่างไร หากตอบว่าครู นั่นเป็น Dependent (ภาพ) ข้อดีคือ ขึ้นอยู่กับนศ. เราต้องสร้างแรงจูงใจท้งในและนอก โดยทุกวิธีใส่ เทคโนโลยีเข้าไป E-learning การสอน RDU ใช้ Schema Theory มี 3 ขั้น Activation กระตุ้นของเก่า contruction เติมของใหม่ refinement เชื่อมของใหม่ เก่า ให้ติด Theory การเรียน 1.Flip classroom เราไม่จำข้อมูล เพราะข้อมูลเดี๋ยวนี้มันเปิดอ่านเมื่อหร่ก็ได้ เช่นเดียวกับนักศึกษา ไม่จำเพราะความรู้เปิดหาเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อมูล Online เรากำลังบังคับให้นศ. เพื่ออะไร แต่เราต้องสอนให้นศ.คิดวเราะห์ ตัดสินข้อมูลได้ ต้องได้ cognative อ.จะต้องเข้าใจอย่าให้นศ.เข้าใจว่าเนื้อหาเยอะ ยากกว่าจะเข้าใจเพราะต้องใช้เวลา ดังนั้นนศ.จะจำเพื่อไปสอบ เพราะอ.จะออกข้อสอบแถวๆนั้น เพราะหากให้เข้าใจทั้งหมดนาน 2. Test enhang (ภาพ) 3. Principle & Example (ภาพ) Section 3 กลุ่มที่ 1 Case-base interactive lecture ดร.นพ. ดนัย วังสตุรค แลกเปลี่ยน 1. การใช้ Interactive lecture แขวนเอกสาร ทำ ม. 2. ทำ case study เดินสอน 3. Intro 20 นาที ทำกลุ่ม 15 นาที นำเสนอ มีคำถาม เฉลย 4. แบ่งกลุ่มนศ. 4 กลุ่ม มีอาจารย์ 4 คน มีเอกสารการสอน นำด้วยคำถาม ให้นศ. Discussion อ.สรุป ปิดท้ายด้วยสถานการณ์ (เป็นลักษณะ small group) อ.ดนัย ดาวโหลดเอกสาร Cardiff University How to Interactive lecture 1. นศ.จะสนใจแค่ 15 นาที จัดสวล. ทำให้อ.เข้าถึงนศ.ได้ เช่น เดิน ทำตัว U แต่ไม่คุกคามเด็ก 2. ใช้คำถาม เน้น คำถามปลายเปิด ไม่คุกคาม อาจใช้กระดาษ 3 สี (เขียว เหลือง แดง) และ เช่นเห็นด้วย ยกกระดาษ ไม่เห็นด้วยกกระปากกา ใช้ kahoot polleverywhe 3. ทำ In class discussion ใช้ Buzz group snowball 4. ใช้ case นำมาซึ่งการ Discussion เป็น VDO , กระดาษ ในการนำเรื่อง แล้วมา Discussion หรือใช้เสียง (เพลง Fever เป็นเพลง เกี่ยวกับ Symtom มีไข้ แดง วินิจฉัย การให้คำแนะนำ) 5. Set up debates ,role play Case base Interactive lecture 1. Case ที่ดี  ใกล้เคียงสถานการณ์จริง มีความเป็นเหตุผล  อาจารย์หลายสาขา ช่วยกันอ่าน  ตรงประเด็นที่จะเรียนรู้ ตรงวัตถุประสงค์การเรียนรู้****  กระดาษไม่น่าสนใจ ควรใช้คนไข้จริง หรือ VDO  เลี่ยงใช้คำว่าสมมุติ เด็กไม่สนใจ แต่ให้พูดว่า เรื่องจริง  เคสทันสมัย ทันเหตุการณ์  ต้องมีข้อมูลจำเป็น อะไรไม่จำเป็นตัดออก  เคส มีความสนุก ต้องได้คิด อย่าเพิ่งเฉลยในทันที 2. Case ไม่ดี  เนื้อหากว้าง มีหลายประเด็น เด็กหลงประเด็น  เนื้อหาเป็นนามธรรมเกินไป แก้ไข 1. ประชุมทีม ทำ case เก็บ 2. อาจารย์เก็บเคสจาก ward จริง อันไหนไม่เกี่ยวเอาออก 3. กรณี ใช้อาจารย์ที่ไม่เกี่ยวข้อง มาลองทำ case ก่อน หากอ.ทำรู้เรื่อง ก็ผ่าน 4. ใช้ simulation ลองก่อน โดยใช้เด็กกลุ่มเดียวกัน ยกตัวอย่าง case (ภาพ) 1. เคสในละคร บ้านทรายทอง การลดยา pt มีอาการ SE ของยา 2. นำมาข่าว เช่น การแพ้ที่นครสวรรค์ นางดอกรัก แพทย์ ก ข ค. เป็นคนผิด จ่ายยาไม่ถูกต้อง ไม่เป็น RDU การคลอดติดไหล่ 3. สร้างหลุมพราง ดูเหมือนถูก แต่ผิด เช่น การให้ยาวิตามินเอ ...คนเป็นสิว ...แต่ท้อง... เราจะรับผิดชอบอย่างไร 4. Case เป็นตอนๆ เหมือน ของอ.จูด เช่น ตอนที่ 1 เป็นอย่างนี้ ตอนที่ 2 เปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อเปรียบเทียบ ตอน 1 ตอน 2 ต่างกันอย่างไร 5. ใช้คู่มือการสอนให้อาจารย์ เพื่อให้เกิดความเที่ยงมากที่สุด การประเมินผล 1. ใช้ paper base ตอบ เป็น short essay เติมคำ MCQ เช่น สมเหตุผลหรือ ไม่อย่างไร 2. จัดเป็นประเมิน Class ใหญ่ หลังจากออกจากกลุ่มย่อยมาแล้ว เรื่องที่ 2 Technology enhanced learning 11.00-12.30 น. 1. ใช้ FB Demonstrate RDU module ผศ.นพ.พิสนธ์ จงตระกูล อาจารย์ยก case การใช้ยา Fexofenadine โปรดแสดงความเห็นของท่าน ก. ถ้าเห็นว่าเป็นการใช้ยาอย่างเหมาะสมกับโรคและอาการของผู้ป่วย ให้กด Like ใน Comment ที่เขียนว่า "เป็นการใช้ยาอย่างสมเหตุผล" ข. ถ้าเห็นว่าเป็นการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมกับโรคและอาการของผู้ป่วย ให้กด Like ใน Comment ที่เขียนว่า "เป็นการใช้ยาไม่อย่างสมเหตุผล" หลังจากนั้นโปรดแสดงเหตุผลสั้น ๆ ว่าเหตุใดท่านจึงเลือกตอบตามข้อ ก. หรือ ข้อ ข. (เวลาทั้งสิ้น 10 นาที) หมายเหตุ Fexofenadine เป็น 2nd generation หรือ non-sedating antihistamine สรุป คือ ไม่ควรใช้ยานี้ antihistamine ในเด็กต่ำกว่า 6 ปี ในผู้สูงอายุ non-sedating antihistamine เช่น CPM 1. โดยให้นศ.เข้ากลุ่มเป็นสมาชิก 2. ให้คำถาม 3. อ.ให้งาน ให้ Link ให้ 4. นศ.อ่าน หากเนื้อหาเยอะ ให้ Ctrl F แล้วพิมพ์ 5. และมาสรุปให้ข้อคิดเห็น (ภาพ) 6. อาจารย์สามารถดึง Link ไปสอนต่อได้ ใครสนใจเรื่อง RDU สามารถดึงข้อมูลจาก FB ของกลุ่นนี้ได้ Demonstrate RDU module กลุ่มที่ 4 Jig saw discussion คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาและรพ.ลำปาง กรณี เช่น การใช้ PLEASE ใน RDU เกริ่นด้วย ใครรู้จัก เครื่องมือ PLEASE 1. กิจกรรม แบ่งกลุ่มนศ. 1234 กลุ่ม Expert กลุ่มHouse 2. มอบหัวข้อย่อยๆให้ Expert แล้วมารวมกันเป็นกลุ่ม house โดยแล้ว แต่ว่า กำหนดกรอบหรือไม่ 3. ให้นำเสนอ แต่สลับเอาหัวข้อเพื่อมาพูด หากไม่ครบ เพื่อนเติม ครูเติม 4. หากหมดเวลา สามารถเพิ่มใน เนื้อหาที่ต้องไปอ่านเพิ่ม ทำแบบประเมิน ให้อ่านต่อ ใช้เครื่องมือ PLEASE P L* ฉลากยา RDU E* Es A S E Ethic http://www.rduthai.com/please เทคนิคการประเมินผลการจัดการเรียนการสอน RDU 4 step Assessment 1. Education Objective 2. เลือกเครื่องมือ 3. Interpret data 4. Judtment เน้นอิงเกณฑ์ การประเมินต้องระวังfalse positive ไม่ผ่าน แต่ให้ผ่าน False neg เกณฑ์สูง นศ.ไม่ผ่าน การประเมินผลอย่าเน้นแค่เกรดเกรด แต่ดูพัฒนาการนศ. เหตุผลในการประเมินผล 1. Formative เป็นการประเมิน เพื่อป้อนกลับ ให้พัฒนา ไม่เน้นการให้คะแนน 2. Summative เพื่อประเมินว่าเค้าผ่านหรือไม่ 3. Diagnosis ประเมินว่าต้องปรับอะไรบ้าง ขั้นตอนการประเมินผล (ภาพ) เด็กจะได้ไม่ปัญหาตอน Sum ปิระมิด การวัดผล 1. dose 2. shows how เช่น การสอบ OSCE competent ต่างจาก performance 3. knows how 4. knows ภาพ หลักการประเมิน Valid ยิงโดนเป้า Reliable ยิงแล้วโดนที่เดิม เครื่องมือการวัดผล 1. Select เลือกตอบ Mcq 2. Contruc เขียนรายงาน essay 3. Competency outcome คือ การสังเกต การเช็คลิส scale และrubrics ปัญหาคือ อ.ต่างกัน ให้ต่างกัน เพื่อลดความแตกต่างของอาจารย์ ลักษณะความเที่ยงของเครื่องมือ (ภาพ) rubrics MCQ MEQ :modified eassay OSCE OSPE (Practical) วัดให้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้ Work place examination DOP : direct observation practice สอบในสถานการณ์จริง เป็นตารางบอกสมรรถนะ เช่น 4 คุณต้อง....3 คณคชต้อง ข้อดี เป็นสถานการณ์จริง ต้อง OBS ต้องแจกตารางให้นศ. นศ.จะแข่งกับตัวเอง การสร้าง Rubrics ภ4 ขั้น (ภาพ) 1. Task competent 2. Performance 3. , 4. ภาพตาราง d tasty Chip texture color rhic หาได้จากข้อมูล นonline แล้วมาปรับ ตาม Bloom 6 ขั้น ปรับเป็น 3 1 Facult k เช่น ขนาดยาพารา 2 interpretation ภาพ 3Ploblem solving ภาพ องค์ประกอบ Stem Lead in Option ควร 5 ตัวเลือก Key Distractor ข้อสอบที่ดี 1. Obj เดียว 2. ใกล้เคียงของจริง 3. โจทย์ยา ตัวเลือกสั้น เนื้อหารัดกุม ข้อมูลเพียงพอ 4. ไม่ควรหลอก 5. วัดความรู้ ตรงไปตรงมา เช่นโสด แต่ท้องนอกมดลูก (ไม่ควร) 6. ไม่ควรใช้ตัวย่อ 7. อย่ามีใบ้ ชี้นำมาก่อน 8. ข้อสอบต้องเป็นอิสระ ไม่ควรพ่วง 2-3 ข้อ 9. จำนวนเหมาะกับเวลา 10. มีการวิพากข้อสอบ ซึ่ง 1 ในกระบวนการทวนสอบ (ก่อน หลังสอบได้) แนวทางการสร้างโจทย์ 1. ปิดคำตอบ แล้วตอบได้ถือว่า OK ไม่ควรมีว่าข้อใดถูกต้อง ไม่ทำแล้ว 2. เลี่ยงคำชี้เฉพาะ (เช่น snow strom) 3. เลี่ยงการใช้คว่า....ข้อใดยกเว้น...เพราะวิจัยบอกว่า นศ.ไม่รู้จริงว่าข้อไหนถูก ภาพข้อสอบ 2 การสร้างตัวเลือก 1.ยาวเท่ากัน 2.เป็น Homogenuos เช่น absolute vague เลี่ยงเชิงลบ เลี่ยง ผิดถูกหมดทุกข้อ ลักษณะ เป็นโจทย์สั้นๆ ต่อไปเรื่อยๆ เป็น step เรียง serial time ข้อดีคือ คะแนน นศ.จะไม่เป็น 0 คะแนน (ทำเป็นข้อๆ ให้ข้อมูลเป็นชุดๆ ไม่ได้ให้ข้อมูลชุดเดียวยาว เฉลยเป็นข้อๆทำถัดไป โดยไม่ย้อนกลับมาทำ) วัดcompetency ได้หลากหลาย เช่น วัดความจำ วัดการวิเคราะห์ วัดการแปลค่าผลLab วัด Ethic ได้ วัด EVB ให้นศ.แปลงาน แยกเป็น sation 15-20 station แต่ละ 5 นาที วัดแต่ละเรื่อง คือ lab กริ่ง ข้อดีคือ relia ดี มีเช็คlist วัดทักษะหลากหลาย เช่น การเขียนการพูดสื่อสาร การแปลผล หัตถการ ทัศนคติ Patient safety ใช้ผู้ป่วยจำลอง

   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  การจัดการเรียนการสอนเรื่อง RDU ในหลักสูตรและแหล่งฝึกปฏิบัติ

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  ออกแบบเนื้อหาการจัดการเรียนการสอน RDU และการประเมินผลการสอน ให้สอดคล้องกับนโยบายและสภาวิชาชีพ





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th