หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  สุมาตรา  สังข์เกื้อ   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   30 ส.ค. 2560    ถึงวันที่   01 ก.ย. 2560
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่   จังหวัด  สงขลา
  เรื่อง/หลักสูตร    Integrated manual treatment in shoulder complex
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    06 ก.ย. 2560


  เนื้อหา ?
   เริ่มต้นจากการซักประวัติ การตรวจร่างกายเพื่อแยกโรค โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาของข้อไหล่ การตรวจร่างกายมีความสำคัญมาก เนื่องจากหากสามารถบ่งชี้พยาธิสภาพได้ชัดเจน ถูกต้อง ก็สามารถเลือกวิธีการรักษาผู้ป่วยได้ตรงจุดมากขึ้น และการไปถึงจุดนั้นนักกายภาพบำบัดจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ดังนี้ 1. Anatomy of shoulder complex ซึ่งการทำงานของข้อไหล่เกิดจากการเคลื่อนไหวร่วมกันของ 4 ข้อต่อหลัก ได้แก่ glenohumeral joint acromioclavicular joint sternoclavicular joint และ scapulothoracic joint 2. Biomechanics of shoulder complex โดยมองเชื่อมโยงการทำงานของร่างกาย เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่ได้แยกส่วนกัน แต่เป็นลักษณะเชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย การเจอปัญหาความเจ็บป่วยที่ข้อไหล่ จึงไม่ใช่ปัญหาที่ข้อไหล่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นปัญหามาจากกระดูกสันหลังส่วนอก หรือความตึงตัวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อหน้าอกซึ่งส่งผลต่อการวางตัวที่ผิดปกติไปของกระดูกสะบัก หรือกล้ามเนื้อรอบสะบักทางด้านหลังอ่อนแรง สุดท้ายก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ก็เป็นได้ หลักแนวคิดนี้คือความเชื่อมโยงของร่างกายที่เรียกว่า anatomy train ฝึกปฏิบัติ assessment and clinical reasoning in shoulder conditions โดยสามารถแบ่ง problem classify ออกเป็น 3 หัวข้อหลักได้แก่ 1. Postural syndrome (over stretch) 2. Dysfunction (hypomobility) 3. Derangement (injury) เมื่อตรวจประเมินเรียบร้อยแล้ว ทราบปัญหาของผู้ป่วย ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับกรณีนั้นๆโดยกรณี 1. Postural syndrome มี concept การรักษาคือ balancing soft tissue and active exercise 2. Dysfunction มี concept การรักษาคือ mobilization and stabilization 3. Derangement มี concept การรักษาคือ compression distraction and immobilizaton จึงได้รับการฝึก soft tissue techniques mobilization technique motor control and biofeedback รวมถึงยกตัวอย่างการ taping ด้วย kinesiotape จะเห็นว่าการใช้ทักษะทางหัตถการในการรักษาโดยนักกายภาพบำบัด หลากหลายวิธีสามารถช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และฝึกฝนให้มาก

   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  เกิดขึ้นกับทั้งตัวเองที่ปฏิบัติงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัด มวล. และเกิดขึ้นกับบทบาทการเป็นอาจารย์ที่ให้ความรู้นักศึกษากายภาพบำบัด 1. ฝึกคิดให้ครอบคลุมโดยมีความรู้พื้นฐานทาง anatomy 2. Clinical reasoning สำคัญ ร่วมกับการฝึกตรวจร่างกายที่แม่นยำเพื่อหาสาเหตุของความเจ็บป่วย จะได้วางแผนการรักษาที่ตรงจุด 3. ฝึกคิดปัญหาของร่างกายตามหลัก anatomy train เพราะปัญหาของร่างกายผู้ป่วยไม่ได้แยกเป็นส่วนๆ แต่อยู่ และทำงานร่วมกันทั้งร่างกาย 4. ฝึกทักษะทางวิชาชีพที่เน้นการรักษาโดยการใช้ manual technique ซึ่งได้ผลในการรักษาดี และมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วย

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  1. กระบวนการ clinical reasoning ที่ดีต้องประกอบด้วยการมีพื้นฐานความรู้ การคิดอย่างมีเหตุผล และครอบคลุม และต่อเนื่องไปยังการตรวจร่างกายที่แม่นยำ แยกโรคได้ 2. การฝึกฝนทักษะการรักษาแบบ manual technique ต้องทำเป็นประจำ และศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th