หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  มานิตย์  นุ้ยนุ่น   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   20 ก.ค. 2560    ถึงวันที่   21 ก.ค. 2560
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   จังหวัด  สงขลา
  เรื่อง/หลักสูตร    การแปลผลการตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยธาลัสซีเมีย (Interpretation of screening test and thalassemia diag
  ไฟล์เอกสาร    เอกสารที่เกี่ยวข้อง
  วันที่บันทึก    24 ก.ค. 2560


  เนื้อหา ?
  ธาลัสซีเมียเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้มีการสร้างฮีโมโกลบินที่ผิดปกติเป็นผลให้ร่างกายสร้างสายโกลบินโปรตีนได้ลดลงหรือไม่มีการสร้างเลย เม็ดเลือดแดงมีลักษณะผิดปกติ ในประเทศไทยมียีนธาลัสซีเมียที่ผิดปกติหลายชนิด การพบร่วมกันของยีนที่หลากหลายนี้ มีผู้ที่มีพันธุกรรมหรือยีนธาลัสซีเมียมากกว่า 24 ล้านคน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณอุบัติการณ์ของฮีโมโกลบินอี ในประชากรทั่วโลกพบร้อยละ 7 โดยพบมากในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ลาว กัมพูชา และไทย สำหรับประเทศไทยพบว่าประชากรโดยเฉลี่ยร้อยละ 5-10 เป็น Hb E trait แบ่งตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคเหนือพบร้อยละ 4-8 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบมากที่สุดร้อยละ 30-50 ภาคกลาง พบร้อยละ 13 – 17 ภาคตะวันออก พบร้อยละ 23 ภาคใต้พบร้อยละ 11  ในกรุงเทพฯ พบ Hb E trait ร้อยละ 12.9 Homozygous Hb E พบร้อยละ 0.3 และ Hb E trait ร่วมกับ Alpha-thalassemia trait พบได้ร้อยละ 5.38 โดยจะพบว่าฮีโมโกลบินอี เป็นฮีโมโกลบินที่ผิดปกติชนิดหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับชนิดอื่นในแต่ละภูมิภาคและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถทำให้เกิด Beta-thalassemia/Hb E ซึ่งเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่เป็นเป้าหมายของการควบคุมและป้องกันตามแผนงานธาลัสซีเมียแห่งชาติ 3 โรค คือ homozygous alpha-thalassemia 1 (หรือ Hb Bart’s hydrops fetalis), homozygous beta-thalassemia และ beta-thalassemia/Hb E โดยการควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีกระบวนการควบคุมที่ดีโดยประกอบด้วยการตรวจคัดกรอง การตรวจแยกชนิดและปริมาณฮีโมโกลบินรวมถึงการตรวจแยกชนิดการกลายพันธุ์ของยีนโกลบินชนิดต่างๆ

   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  สามารถนำความรู้จากการเข้าอบรมมาใช้ในการเรียนการสอน และการวิจัยได้ เช่น การประเมินความเสี่ยงต่อการมีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงจากคู่สามี-ภรรยา โดยใช้ผลการตรวจเฉพาะผลการตรวจคัดกรอง รวมถึงการได้ทราบข้อดีและประโยชน์ของการตรวจแยกชนิดและปริมาณฮีโมโกลบินโดยใช้หลักการของ Capillary Zone Electrophoresis (CZE)

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  การศึกษาข้อได้เปรียบของการตรวจแยกชนิดและปริมาณฮีโมโกลบินโดยใช้หลักการของ Capillary Zone Electrophoresis (CZE) เมื่อเทียบกับการใช้หลักการ HPLC





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0466 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th