หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ประเสริฐ  มากแก้ว   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ฝึกอบรม       เมื่อวันที่   23 พ.ย. 2559    ถึงวันที่   25 พ.ย. 2559
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สมาคมส่งเสริมการวิจัย   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    14 ธ.ค. 2559


  เนื้อหา ?
  แนวคิดและหลักการของการวิจัยเชิงคุณภาพ 1. Paradigm (กระบวนทัศน์) มุมมองของศาสตร์ มุมมองทางวิชาการที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่เสมอ อาจจะใช่หรือไม่ก็ได้ เมื่อก่อนเคยถูกแต่ปัจจุบันอาจไม่ใช่ก็อาจจะเป็นไปได้ เช่น เรื่อง ประวัติศาสตร์ เพศสภาพ เป็นต้น 2. Ontology (ญาณวิทยา) ความล้ำลึกของศาสตร์ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะเป็นการค้นคว้าหาความรู้จากรากเหง้า จากต้นตอของข้อมูลในสิ่งที่เราอยากรู้ 3. Methodology (วิธีวิทยา) ต้องไม่ Etic และ Emic; Etic คือการแปลงสาร อันนี้อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เราทำวิจัยโดยใช้ภาษาอื่นแล้วนำมาแปล แต่ผู้วิจัยไม่ได้เป็น Native speaker ของภาษานั้นๆ ส่วน Emic คือ การวิเคราะห์พรรณาเอง หรือการตีความเกินจริง 4. Epistemology คือการเป็นองค์ความรู้ที่แท้จริง เนื่องจากการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยที่เป็นการค้นคว้าหาความรู้จากรากเหง้า จากต้นตอของข้อมูลในสิ่งที่เราอยากรู้ แล้วนำข้อมูลจากหลายๆส่วน หลายๆแบบ มารังสรรขึ้นมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ 5. Holistic คือความรู้จริงอย่างเป็นองค์รวม 6. Generalization คือการเป็นตัวแทนหรือสามัญการ การวิจัยเชิงคุณภาพจะต่างจากการวิจัยเชิงปริมาณตรงที่การวิจัยเชิงคุณภาพจะเชื่อในปรากฏการณ์ (Phenology) โดยรวบรวมข้อมูลจากปรากฎการณ์ สัญลักษณ์ เนื้อหาแล้วพิจารณาสิ่งต่างๆเหล่านั้นเพื่อหาความหมาย (Meaning) ในเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้การวิจัยเชิงคุณภาพยังแตกต่างกับการวิจัยเชิงปริมาณในแง่ของกรอบแนวคิด โดยการวิจัยเชิงปริมาณนั้นจะมีการวางกรอบแนวคิดไว้ก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการทดลอง ในขณะที่การวิจัยเชิงคุณภาพนั้นจะไม่มีการวางกรอบแนวคิด แต่จะเป็นการเก็บข้อมูลรวบรวมจากหลายแหล่ง ใส่ใจกับ Meaning ต่างๆแล้วนำมาอธิบายปรากฎการณ์ ซึ่งเราเรียกว่า Content Analysis เช่น การถอดเทป การตีความหมายจากการบทสัมภาษณ์ เป็นต้น โดยการตรีความนั้นมี 2 แบบ คือ 1. Linear interpretation คือ การตีความ การพิจารณา แบบตรงไปตรงมา 2. Spiral interpretation คือ การตีความหมายที่เน้นการพิจารณาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติของสัญลักษณ์และปรากฎการณ์ กระบวนการตรวจสอบข้อมูลในการวางแผนการเก็บข้อมูลงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยทั่วไปคือใช้วิธี Triangular Check หรือกระบวนการตรวจสอบสามเส้า ดำนเนิการโดยวิธี MTPP คือเป็นกระบวนการหาข้อมูลจากหลายแบบ หลายแหล่ง ไขว้ไปไขว้มาจนข้อมูลนิ่ง M – Method ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า เรื่องเดียวกัน ประเด็นเดียวกัน แต่รวบรวมจากหลายวิธี ถ้าประเด็นตรงกัน แปลว่าใช้ได้ T – Time เรื่องเดียวกัน ต่างเวลากัน สรุปเป็นประเด็นเดียวกัน แปลว่าใช้ได้ เช่น พฤติกรรมในแต่ละฤดูกาลในระยะเวลา 1 ปี เป็นต้น P – Place เรื่องเดียวกัน มองจากที่ต่างกัน เช่น ต่างหมู่บ้าน หรือต่างพื้นที่มนหมู่บ้านเดียวกัน เป็นต้น P – Person เรื่องเดียวกัน เก็บข้อมูลจากคนต่างกัน เช่น แยกตามอายุ แยกตามเพศสภาพ เป็นต้น

   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  ประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเชิงพื้นที่หรือการวิจัยในชั้นเรียน

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  เทคนิคและกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในดรื่องของงานวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอน





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th