หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  สืบตระกูล  วิเศษสมบัติ   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    เสนอผลงานทางวิชาการ       เมื่อวันที่   11 ส.ค. 2559    ถึงวันที่   14 ส.ค. 2559
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา IP Fair 2016
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    24 ส.ค. 2559


  เนื้อหา ?
  ชุดทดสอบวุ้นอาหารความหนืดสูงสำหรับคัดเลือกเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เป็นแบคทีเรียแกรมลบ ที่ก่อโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในมนุษย์ เป็นเชื้อประจำถิ่นในลำไส้ไก่และสัตว์ปีก เชื้อก่อโรคจะเจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยได้รับเชื้อจากการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อน โดยเฉพาะเนื้อไก่, เครื่องในไก่, และเนื้อหมู นอกจากนี้ยังพบเชื้อดังกล่าวปนเปื้อนในน้ำ น้ำนมดิบ การตรวจหาเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ปนเปื้อนเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์และแผงค้าเนื้อสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C. jejuni) ปนเปื้อนคิดเป็น 21.96% นอกจากนี้จากการสำรวจตลาดในชนบทพบเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน และแคมไพโลแบคเตอร์ โคไล (C. coli) ปนเปื้อนในเนื้อสัตว์คิดเป็น 51% วิธีการแยกเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์จากอาหารตามมาตรฐานโดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาทำได้โดยนำตัวอย่างอาหารใส่ในอาหารเหลวชนิดโบลตัน (Bolton broth) เติมยาปฏิชีวนะ แล้วบ่มเลี้ยงเชื้อ 37 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อซ่อมแซมและปรับสภาพเชื้อในสภาวะก๊าซออกซิเจนต่ำ (microaerobic) ที่มีก๊าซออกซิเจน 5%, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 10%, และก๊าซไนโตรเจน 85% แล้วนำไปบ่มต่อที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง จากนั้นขีดแยกเชื้อบนจานอาหารเลี้ยงเชื้อ charcoal cefoperazone deoxycholate agar บ่มเลี้ยงเชื้อต่อที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง สังเกตการเจริญเชื้อ โดยโคโลนีของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์มีสีเทา มันวาว ขอบไม่เรียบ แล้วจึงบ่งชี้ชนิดของเชื้อด้วยการทดสอบสมบัติทางชีวเคมีของเชื้อ วิธีการตรวจแยกเชื้อดังกล่าวต้องใช้เวลา 3-5 วัน สำหรับเพาะเลี้ยงและแยกเชื้อ ตามด้วยการทดสอบสมบัติชีวเคมีของเชื้อซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 7 วัน ทำให้ห้องปฏิบัติการทางจุลชีววิทยาไม่นิยมตรวจ ประกอบกับสภาวะก๊าซออกซิเจนต่ำที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดของเชื้อนั้น จำเป็นต้องใช้อุกรณ์จากต่างประเทศที่มีราคาสูง เหล่านี้ส่งผลให้โรคติดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ถูกมองข้าม อาจนำมาซึ่งการวินิจฉัยผิดและการให้ยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม จากข้อด้อยดังกล่าวผู้ประดิษฐ์มีแนวคิดในการพัฒนาวุ้นอาหารคัดเลือกเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เนื่องจากเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์มีแฟลกเจลลาเป็นโครงสร้างช่วยในการเคลื่อนที่ที่ด้านใดด้านหนึ่งของเซลล์ (polar flagellum) ส่งผลให้เชื้อมีลักษณะการเคลื่อนที่แบบควงสว่านอย่างรวดเร็ว (corkscrew motility) ได้ดี ผู้ประดิษฐ์จึงได้พัฒนาอาหารวุ้นที่มีความหนืด (viscosity) สูง เพื่อใช้คัดแยกเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ โดยใช้อาหารเหลวโบลตันซึ่งเหมาะสมกับการเจริญของเชื้อ ผสมกับวุ้นอาหาร (agar technical) ทำให้มีความหนืดที่เหมาะสมสำหรับการเคลื่อนที่แทรกตัวของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ ในสภาวะบรรยากาศปรกติ ที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส โดยเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เท่านั้นที่สามารถแทรกตัวและเคลื่อนที่ภายในวุ้นอาหารความหนืดสูง ทำให้เกิดโซนของการ เคลื่อนที่ภายใต้ผิวหน้าวุ้นอาหาร (subsurface motility) ได้ ในขณะที่เชื้อจุลชีพอื่นไม่สามารถเคลื่อนที่แทรกตัวในอาหารที่มีความหนืดสูงนี้ได้ การประดิษฐ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาชุดทดสอบวุ้นอาหารความหนืดสูงสำหรับคัดเลือกเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ ชุดทดสอบมีลักษณะเป็นจานอาหารเลี้ยงเชื้อมีฝาปิด บรรจุด้วยวุ้นอาหารชนิดกึ่งแข็งกึ่งเหลว และเข็มเขี่ยเชื้อสำหรับถ่ายโคโลนีของเชื้อที่ต้องการทดสอบ เมื่อบ่มชุดทดสอบภายใต้บรรยากาศปรกติที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยสมบัติการเคลื่อนที่แบบควงสว่านของเชื้อทำให้เฉพาะเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เท่านั้นที่สามารถแทรกตัวและเคลื่อนที่ภายใต้เนื้อวุ้นอาหารความหนืดสูง ส่งผลให้เกิดโซนของการเคลื่นที่ภายใต้ผิวหน้าวุ้นอาหารได้

   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  1.แสดงผลงานนวัตกรรมและผลงานทรัพย์สินทางปัญญา อันจะเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ในเรื่องนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ 2.สร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางให้นักประดิษฐ์ ผู้สร้างสรรค์ และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้พบปะเจรจากับผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออก เพื่อนำทรัพย์สินทางปัญญาไปพัฒนาหรือใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อันเป็นการสร้างช่องทางการตลาดให้แก่สินค้าไทยเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน 3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและการส่งออก โดยการสร้างแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการและ ประชาชนทั่วไปได้มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สินค้า การพัฒนาคุณภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดภายในและต่างประเทศ

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  มีความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญา และกระตุ้นให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ระบบการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองและป้องกันปัญหาและอุปสรรคทางการค้าและการส่งออกอันเนื่องมาจากการถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.046 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th