หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  สุมาตรา  สังข์เกื้อ   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   20 มิ.ย. 2559    ถึงวันที่   23 มิ.ย. 2559
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    Upper quadrant pain management
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    28 ก.ค. 2559


  เนื้อหา ?
  

เกี่ยวข้องกับบทบาทการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และให้การรักษาผู้ป่วยทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหา upper quadrant ซึ่งมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ cervical spine thoracic spine หรือส่วนของรยางค์ตั้งแต่ shoulder complex  elbow joint wrist joint รวมทั้งโครงสร้าง soft tissue ก็ตาม ทั้งนี้อาการส่วนใหญ่ที่มาพบนักกายภาพบำบัดเนื่องจากอาการปวด นอกจากนี้ยังมีการติดขัดของข้อต่อทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก อาการชา อาการอ่อนแรง และความรู้สึกไม่สบายต่างๆ

สิ่งที่นักกายภาพบำบัดควรมอง ต้องมองผู้ป่วยให้รอบด้าน เริ่มต้นจากพื้นฐานความรู้เรื่อง anatomy ซึ่งจะทำให้สามารถมองปัญหาได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ต้องมองหาสาเหตุของพยาธิสภาพให้เจอ และมองเชื่อมโยงการทำงานของร่างกาย เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่ได้แยกส่วนกัน แต่เป็นลักษณะเชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย การเจอปัญหาความเจ็บป่วยที่ข้อไหล่ จึงไม่ใช่ปัญหาที่ข้อไหล่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นปัญหามาจากกระดูกสันหลังส่วนอก หรือความตึงตัวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อหน้าอกซึ่งส่งผลต่อการวางตัวที่ผิดปกติไปของกระดูกสะบัก หรือกล้ามเนื้อรอบสะบักทางด้านหลังอ่อนแรง สุดท้ายก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ก็เป็นได้ เรียกกลุ่มอาการผิดปกติจากลักษณะความเชื่อมโยงของร่างกายว่า Upper cross syndrome ซึ่งต้องใช้ความรู้ทาง anatomy เข้ามาเชื่อมโยง และใจที่เปิดกว้างรับฟังขณะที่ซักประวัติ มองปัญหาให้ครอบคลุม จากนั้นก็ตรวจร่างกายตามหลักการ และเลือกตรวจที่สำคัญ พร้อมให้การรักษา

โดยส่วนของการรักษาเน้นการรักษาที่ต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลถึงอาการที่แสดงออก การรักษาจึงมุ่งเน้นการใช้ manual ซึ่งต้องใช้ทักษะในการฝึก เนื่องจากมีงานวิจัยมากมายรองรับเรื่องผลของการรักษาที่ให้ผลเทียบเท่า และมากกว่าการใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว การรักษาด้วย manual นั้นคือเทคนิคการรักษาทางกายภาพบำบัดได้แก่ mobilization manipulation traction stretching massage exercise และที่สำคัญคือ correct posture เพราะผู้ป่วยไม่ได้อยู่กับนักกายภาพบำบัด 24 ชั่วโมง แต่อยู่กับตัวเองยาวนานที่สุดในหนึ่งวัน นักกายภาพบำบัดจึงไม่ควรละเลยประเด็นสำคัญนี้



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

เกิดขึ้นกับทั้งตัวเองที่ปฏิบัติงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัด มวล. และเกิดขึ้นกับบทบาทการเป็๋นอาจารย์ที่ให้ความรู้นักศึกษากายภาพบำบัด

1. ควรได้รับการฝึกคิดให้ครอบคลุม ให้มากขึ้น และเชื่อมโยงความรู้พื้นฐานทาง anatomy กับพยาธิสภาพของผู้ป่วย

2. ให้เวลา และให้ความสำคัญกับขั้นตอนการซักประวัติ เนื่องจากจะนำไปสู่ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงได้

3. ให้โอกาสได้ฝึกคิดปัญหาของร่างกายตามหลัก anatomy train เพราะปัญหาของร่างกายผู้ป่วยไม่ได้แยกเป็นส่วนๆ แต่อยู่ และทำงานร่วมกันทั้งร่างกาย

4. ให้ตระหนักในการเลือกใช้วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยทักษะทางวิชาชีพที่ได้ฝึกฝนมา ซึ่งเน้นการรักษาโดยการใช้ manual

 



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

1. ทุกครั้งที่ซักประวัติ ต้องฝึกเชื่อมโยงไปถึง anatomy ให้ได้ นอกจากนี้ยังฝึกคิดตามหลัก anatomy train ซึ่งจะฝึกในรายวิชาทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

2. มุ่งเน้นการเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสม โดยเฉพาะการรักษาแบบ manual ควรฝึกฝนและเลือกใช้กับผู้ป่วยให้มากขึ้น ซึ่งจะฝึกในรายวิชาทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

 







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0461 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th