หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ศศิธร  ธนะภพ   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   10 ส.ค. 2558    ถึงวันที่   11 ส.ค. 2558
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร   จังหวัด  พิษณุโลก
  เรื่อง/หลักสูตร    การเริ่มต้นสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ สถานการณ์คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย 2558
  ไฟล์เอกสาร    เอกสารที่เกี่ยวข้อง
  วันที่บันทึก    19 ส.ค. 2558


  เนื้อหา ?
  

คณะผู้จัดการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร  คณะสาธารณสุขศาสตร์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์  มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักวิชาแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและเครือข่ายพฤฒาวิทยาชุมชน  วัตถุประสงค์ในการจัดประชุมเพื่อเป็นเวทีวิชาการในการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์การดูแลและเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุในประเทศไทย

สาระสำคัญ

1.       การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุและผลกระทบต่อสังคมไทย

        สาเหตุและแนวโน้มการมีประชากรสูงอายุ จำนวนมากในประเทศไทยในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจากการที่ประชากรเกิดเกินล้านคนในช่วงปี พ.ศ. 2506-2526 และอัตราการเจริญพันธุ์ และอัตราการเกิดทดแทนลดลง มากขึ้นในแนวโน้มเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย ซึ่งประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมของระบบการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้ซึ่งจะมีลักษณะเป็น population tsunami ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ ทั้งนี้หากสามารถขยายฐานการประกอบอาชีพของกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60-64 ปีให้สามารถประกอบอาชีพ เลี้ยงชีพได้และอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีจะทำให้ประเทศได้รับผลผลิตมวลรวมกลับคืนมาจำนวนมาก นอกจากนี้การคาดการณ์ในอนาคตพบว่า อัตราการเกื้อหนุนวัยสูงอายุก็จะมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ดังนั้นในอนาคตผู้สูงอายุไทยต้องการความมั่นคงใน 3 ด้าน ได้แก่

1.       ด้านรายได้  มีความเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ในปี 2553-2583 ประชากรวัยแรงงานจำนวนลดลงและวัยผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องขยายฐานแรงงานให้มีอายุ 60-64 ปี เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ซึ่งนิยามอายุวัยสูงอายุที่ อายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเลิกจ้างงานหรือเกษียณอายุงาน

2.       การอยู่อาศัย มีคนและระบบดูแล เนื่องจากพบว่าผู้สูงอายุต้องอยู่เพียงลำพังหรืออยู่กับคู่สมรสเพียงลำพังมากขึ้น ดังนั้นชุมชนต้องมีระบบการปรับสภาพแวดล้อมในชุมชนเพื่อเอื้อต่อการอยู่อาศัยทั้งในบ้านและในชุมชน โดยควรสนับสนุนให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้รับการอบรมอย่างถูกต้องและเป็นอาชีพหนึ่งที่จำเป็นในสังคม

3.       ด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีอย่างเป็นองค์รวม

2.       ระบบการดูแลผู้สูงอายุ

ปรัชญาการดูแลผู้สูงอายุ คือ การดูแลประชากรที่มีความจำเพาะ ดังนั้นการดูแลจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการทางสังคมเป็นสำคัญ โดยระบบ family care  community care และ institutional care ซึ่งอย่างหลังมีความสำคัญในกรณีที่ไม่มีครอบครัวและชุมชนให้การดูแลได้  ดังนั้นรัฐควรจัดระบบส่งเสริมการออมตั้งแต่วัยทำงาน หรือวัยเริ่มต้นสูงอายุ/ ผู้ใหญ่วัยปลาย ให้มีศักยภาพทำงานหารายได้ และการขยายฐานการทำงานจนถึงอายุ 64 ปี ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุด้วยหลัก ครอบครัว ชุมชน หน่วยบริการสาธารณสุขในชุมชนจึงต้องทำงานสนับสนุนเสริมความรู้ ทักษะต่าง ๆให้เพิ่มมากขึ้น

3.       Gerontology พฤฒาวิทยาหรือวิทยาการผู้สูงอายุ

จากการศึกษาเกี่ยวกับความชราของมนุษย์ เป็นการศึกษาสหวิทยาการด้านชีววิทยา  สังคมจิตวิทยาและการเรียนรู้  การเตรียมพร้อมรับการสูงอายุของประชากร ต้องปรับระบบเพื่อรองรับผู้สูงอายุที่ยังประกอบอาชีพได้ เนื่องจากการขยายฐานช่วงอายุในการระบการสูงอายุให้เป็นไปในแบบเดียวกันกับนิยามของ  UN คือ อายุ 65 ปีขึ้นไป โดยต้องปรับระบบการสาธารณสุข การอาชีวอนามัย การสสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันการชราภาพ ลดความกดดันด้านสิ่งแวดล้อมต่าง เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุปรับตัวได้ตามการตอบสนองต่าง ๆ ที่ช้าลง  ต้องสร้างการสูงอายุที่มีสุขภาพให้มีความยาวนานที่สุด HALE หรือพึ่งพาให้น้อยที่สุด เพื่อลดต้นทุนการดูแลของครอบครัวและสังคมในช่วงก่อนการเสียชีวิตให้มากที่สุด

4.       เครือข่ายในการดำเนินงานวิจัยดังกล่าวได้ร่วมสนับสนุนและกระตุ้นภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ทั้งในส่วนของ สถาบันการศึกษา  อปท. ระบบบริการปฐมภูมิและภาคประชาชนให้มีการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนการดำเนินงานในการดูแลและศึกษาผู้สูงอายุในชุมชน



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  การวิจัยงานพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเชิงบูรณาการสหสาขาวิชาชีพ และการเสริมสรา้งภูมิคุ้มกันในครอบครัวและชุมชนเมื่อเผชิญสังคมผู้สูงอายุ โดยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วัยเยาวชน วัยทำงานตอนปลาย รวมทั้งการร่วมพัฒนาหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนร่วมกับ อปท.

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  ทั้งนี้ได้มีการตกลงเบื้องต้นของภาคีในการจัดประชุมให้เชิญ หน่วยวิจัยการสาธารณสุขเชิงบูรณาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมเป็นภาคีที่ 5  เพื่อร่วมงานพัฒนาการจัดทำระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในชุมชนซึ่งจะดำเนินการประสานงานเพื่อจัดทำ MOU ต่อไป





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th