หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  วรรณิศา  คุ้มบ้าน   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   20 พ.ค. 2558    ถึงวันที่   22 พ.ค. 2558
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    How-to: PTs teach parents to care disabled children in communities
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    11 มิ.ย. 2558


  เนื้อหา ?
  

กายภาพบำบัดทางเด็ก และการบริการโดยครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

ในการรักษากายภาพบำบัดหรือการเข้าถึงชุมชนที่มีเด็กพิการนั้น เราต้องให้บริการโดยการให้ครอบครัวของเค้าเป็นศูนย์กลาง คือ มีส่วนร่วมในการวางแผนในการรักษาด้วย โดยโปรกรมที่ต้องให้การรักษาที่บ้านนั้นอาจต้องเป็นแบบที่นักกายภาพบำบัดเป็นผู้กำหนด และ แบบพันธมิตร ซึ่งต้องคำนึงถึงหัวข้อต่างๆดังนี้

 

lสิ่งที่ต้องคำนึง การให้โปรแกรมที่บ้านแบบที่นักกายภาพบำบัดเป็นผู้กำหนด การให้โปรแกรมที่บ้านแบบพันธมิตร
โปรแกรมเพื่อใคร เน้นให้เด็กพิการในชุมชน เน้นให้ผู้ปกครองให้ได้รับคำแนะนำดูแลลูกที่บ้าน
โปรแกรมที่ให้ กิจกรรมที่เด็กต้องฝึก คลังความคิด หรือคำแนะนำ (ยืดหยุ่นตามสภาพแวดล้อม งานและผู้ปกครอง)
ใครกำหนดความสำคัญของงาน นักกายภาพบำบัด ผู้ปกครองและเด็ก
ระยะเวลา 10-40 นาที ผู้ปกครองกำหนดเท่าที่เด็กทำได้
มุมมองความเชี่ยวชาญ นักกายภาพบำบัดเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิชาการ ผู้ปกครองเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องในตัวบุคลิก ลักษณะนิสัย ความชอบ/ไม่ชอบ หรือทุกอย่างเกี่ยวกับเด็ก
โปรแกรมกำหนดจาก สถานที่ฝึก จากการเยี่ยมบ้าน คือ ต้องปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเด็ก

โปรแกรมแบบที่นักกายภาพกำหนด นั้นต่างจาก แบบพันธมิตร คือ ผู้ปกครองก็ต้องการความรู้ทางด้านวิชาการจากนักายภาพบำบัดเพื่อให้สามารถดูแลเด็กได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนักกายภาพบำบัดก็ต้องการการสนับสนุนจากผู้ปกครองที่ต้องให้โปรแกรมแก่เด็กอย่างสม่ำเสมอ โปแรแกรมแบบพันธมิตรจะเข้าใจความสามารถที่แท้จริงของลูก และสอนลูกได้อย่างเหมาะสม และโปรแกรมเหล่านี้ก็เป็นการนำเอาไปปรับเข้าสุ่ชีวิตได้จริง โดยข้อคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบของนักกายภาพบำบัดก็มีความสำคัญต่อผู้ปกครอง คือเป็นแรงจูงใจ หรือมีความสำคัญต่อผู้ปกครองในการทำโปรแกรมที่บ้าน

การดูแลโดยการยืดกล้ามเนื้อ หลักการ คือ ออกแรงยืดกล้ามเนื้อย่างช้าๆ จัดท่าเริ่มต้นให้เหมาะสม การพูดคุยขณะยืดกล้ามเนื้อ การสังเกตสีหน้าเด็กขณะยืดกล้ามเนื้อ อย่ายืดเกินระยะปกติของข้อต่อ โดยยืดค้างไว้นับ 1-30 ยืดซ้ำ 3-5 ครั้ง ต่อ 1 กล้ามเนื้อ ยืดวันละ 2-3 ครั้ง

การจัดท่าให้กับเด็กพิการที่บ้าน การจัดแต่ละท่านั้นไม่ว่าจะเป็นท่านอนหงาย คว่ำ นั่งเก้าอี้ นั่งบนพืิ้น ต้องดูทั้งลักษณะอาการของเด็กพิการ เช่น หากเด็กมีอาการเกร็งแขนและขา ให้มีการยืดเหยียดของกล้ามเนื้อที่เกร็ง ร่วมกับการจัดท่ากระตุ้นพัฒนาการโดยการให้กิจกรรมเข้าไปด้วย

การอุ้ม กระตุ้นพัฒนาการการเคลื่อนไหวในเด็กเล็ก เน้นสังเกต 3H คือ Head  (ควบคุมศีรษะ)  Hand (การยื่นมือ การเอื้อมมือมาแตะ)  Hip แลละ Trunk Rotation

 



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

การนำความรู้เรื่องการเอาครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการรักษาและการให้โปรแกรมที่บ้าน รวมทั้งนำเทคนิคการอ้ม หรือการดุแลเด็กมาปรับใช้และในการพัฒนาการเรียนการสอนในรายวิชากายภาพบำบัดในเด็ก



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  นำความรู้ไปพัฒนาในการสอนในรายวิชากายภาพบำบัดในเด็ก





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0461 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th