หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาเภสัชศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ศิราณี  ยงประเดิม   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   22 ม.ค. 2558    ถึงวันที่   23 ม.ค. 2558
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    โครงการพัฒนาแหล่งฝึกปฏิบัติงานระบบยา
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    26 ม.ค. 2558


  เนื้อหา ?
  

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

ผู้เข้าประชุม รวม  คน ประกอบด้วยอาจารย์จากแหล่งฝึกงาน 11 คน จาก 9 โรงพยาบาล อาจารย์ที่รับผิดชอบการฝึกงานสายนี้ 24 คน จาก 14 มหาวิทยาลัย  อาจารย์ของ มหาวิทยาลัยมหิดล 10 คน  วิทยากรจากสภาเภสัชกรรม 2 คน คือ ภก.อำนวย  พฤกษ์ภาคภูมิ และ ภญ.วิชชุนี  พิตรากูล

ภาคเช้า  เปิดประชุมโดยคณบดี  คณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการระบบยาภายในโรงพยาบาล ตั้งแต่การคัดเลือกยา การจัดซื้อ การจัดเก็บ  การกระจายยา และการติดตามผลการใช้ยา  ว่าต้องจัดทำโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

จากนั้น รศ.ชะอรสิน สุขศรีวงศ์ กล่าวขอบคุณแหล่งฝึก  และชี้แจงการฝึกงานระบบยาภายในโรงพยาบาลของนักศึกษาชั้นปีที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยผลัด 0-6 รวม 7 ผลัด  ผลัดละ 6 สัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ 1-2 จะเป็นการศึกษาการจัดการระบบยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย  โดยหมุนเวียนตามหน่วยต่างๆ  สัปดาห์ที่ 3-6 เป็นการทำโครงการเพื่อพัฒนางานด้านระบบยา  หัวข้อโครงการกำหนดตามความต้องการของแหล่งฝึก ซึ่งส่วนมากจะเป็นประเด็นปัญหาระบบงาน  การพัฒนางานเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา   อาจารย์จะเข้านิเทศอย่างน้อย 3 ครั้ง  และเข้าร่วมฟังการนำเสนอโครงการในสัปดาห์สุดท้าย 

ต่อมาเป็นการนำเสนอโครงการที่นักศึกษาจัดทำ ลักษณะโครงการจะเริ่มจากประเด็นปัญหาระบบงาน  เริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์  การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุปประเด็นปัญหา วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของปัญหากับปัจจัยต่างๆ และผลกระทบถึงระบบอื่นๆ  รวมถึงความเชื่อมโยงกับความปลอดภัยในการใช้ยาของผู้ป่วยทั้งทางตรงและทางอ้อม    ทำ root cause analysis และเสนอแนวทางแก้ปัญหา  บางโรงพยาบาลได้ลงปฏิบัติจริง 

อาจารย์จากแหล่งฝึกทุกท่านแสดงความชื่นชมในผลงานของนักศึกษาและอาจารย์  และสามารถนำผลงานไปใช้ได้จริง   ในการสอนงานจะให้นักศึกษาได้เห็นภาพรวมของทั้งระบบก่อน   แล้วจึงค่อยลงไปทำงานที่เป็นเชิงลึก

วิทยากรจากสภาเภสัชกรรม  ได้ให้ความเห็นว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจ  แต่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของสภาเภสัชกรรม  ที่อยากให้เป็นการฝึกงานที่เน้น patient safety โดยเดินตามหลักการและแนวทางของ Hospital Accreditation มากกว่าด้านบริหารหรือด้านอื่นๆ   นักศึกษาจะวิเคราะห์จุดอ่อน-แข็งของโรงพยาบาลได้หรือไม่ ต้องการให้ประเมินระบบยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ด้วยข้อมูลที่มี โรงพยาบาลมีตัวชี้วัด อะไร เก็บอย่างไร เชื่อถือได้หรือไม่  พร้อมทั้งเสนอข้อคิดเห็นการพัฒนา  สภา เภสัชกรรมเน้นย้ำ เรื่อง patients safety และจะทำอย่างไรให้ การฝึกงานนั้น เชื่อมโยงกับเรื่องนี้กับ management ของระบบยา

อาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ต่างๆ เสนอว่า  การฝึกงานระบบยาควรที่จะมี setting อื่นๆ นอกจากโรงพยาบาลใหญ่  เช่น โรงพยาบาลชุมชน  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ  สำนักงานสาธารณสุข  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  สถาบันวิจัยด้านสุขภาพและสาธารณสุข และมีเป้าหมายงานคุ้มครองผู้บริโภคด้วย  การฝึกงานระบบยาควรมุ่งที่การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational use) ด้วยมิใช่มองเพียง patient safety  การทำโครงงานต้องการให้ตอบโจทย์ของปัญหา และสามารถแก้ปัญหาเชิงระบบของประเทศได้ และนำไปสู่เป้าหมาย ต้องการให้มีการเชื่อมโยงงานเชิงระบบระหว่างการบริหารเภสัชกรรมและการบริบาลเภสัชกรรม หรือ Pharm Science ให้มีการเตรียมนักศึกษา เช่น basic knowledge ทาง Pharm science (Logistic and product) และทาง Pharm Care    (patients safety)  นักศึกษามีการคิดเชิงระบบน้อย และในกรณีที่โรงพยาบาลมีฐานข้อมูล นักศึกษาควรคิดว่าจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไรต่อ   ประการสำคัญคือเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน มองกันคนละมุมมอง

ภาคบ่าย เป็นการนำเสนอโครงงานและรับฟังความเห็นต่อจากตอนเช้า

สภาเภสัชกรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  การเรียนใน ปี 1-4 เป็นการให้ความรู้พื้นฐาน  ปี 5-6 ฝึกทักษะเชิงลึก  การฝึกงานเน้นการเชื่อมโยง แก้ปัญหาภาพรวมของคนไข้ เฉพาะราย ให้ Project เชื่อมต่อกับ patient safety คิดอย่างเชิงระบบได้อย่างไร  และควรส่งนักศึกษาไปโรงพยาบาลที่ผ่าน HA แล้วเท่านั้น

 วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

รศ.ดร. อาทร  ริ้วไพบูลย์ เป็นผู้นำการประชุม  ระดมความคิดระหว่างอาจารย์จากแหล่งฝึก และอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์  โดย รศ.ดร.บุษบา  จินดาวิจักษณ์ หัวหน้าภาควิชาเภสัชกรรม  และ รศ.ดร. สุวัฒนา  จุฬาวัฒนทล  รองคณบดี ซึ่งเป็นอาจารย์สายเภสัชกรรมคลินิกเข้าร่วมประชุมด้วย  ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ของการฝึกงานระบบยา ซึ่งกว้างกว่าของสภาเภสัชกรรมที่ต้องการให้เป็นระบบบริหารจัดการยาในโรงพยาบาลและมองที่ patient safety เป็นหลัก  ดังนี้

วิสัยทัศน์ของการฝึกงานระบบยา

นักศึกษาสามารถใช้ข้อมูลภาพรวมในการวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เข้าใจหลักการของการเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ สามารถนำเสนอการแก้ไขปัญหาสู่ระบบยาได้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

การดำเนินการเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์  ควรจัดเตรียมให้นักศึกษามีองค์ความรู้และทักษะ ต่อไปนี้

-          Mind set: Patient safety, Rational Use of Drug

-          Skill:   

o   systematic thinking

o   data management including data gathering, evidence-based, P2P (policy to practice) concern

o   communication (inter-professional, presentation)

-          องค์ความรู้และทักษะ ตามสมรรถนะของสภาเภสัชกรรม (สมรรถนะร่วมและหลัก)

-          หัวข้อโครงงาน อาจจะเริ่มต้นจากประเด็นที่เภสัชกรด้าน pharm care พบ เช่น DRP, RUD

เนื้อหา(Content) การเรียนการสอนที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งนักศึกษาจะต้องเรียนก่อนไปฝึกงานระบบยา คือ

1.      System thinking*

2.      Communication

3.      การจัดการระบบยาในโรงพยาบาล

4.      Economics, Epidemiology

5.      Rational drug use

6.      Patients safety

7.      Drug system

สิ่งที่แหล่งฝึกคาดหวัง  ให้นักศึกษามีพร้อมก่อนออกฝึก คือ
ความรู้ (ทุกเรื่องที่ควรมี) และ

·       ความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านยา

·       ความรู้เรื่องการวิจัย

ทักษะ

·       การสื่อสาร การประสานความร่วมมือกับสหวิชาชีพ

·       การคิดเชิงพัฒนา   การคิดแก้ปัญหาเชิงระบบ

ข้อเสนอสำหรับการฝึกงานระบบยาในอนาคต

การฝึกงานระบบยาในอนาคตควรขยายให้กว้างกว่าโรงพยาบาล  โดยมี  Clerkship บังคับ คือ โรงพยาบาล และ  Clerkship อื่นๆ เป็นทางเลือก เช่น ระบบยาระดับประเทศ  ระบบยาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ระบบยาในร้านยา  การวิจัยในสถาบันวิจัยระบบยาที่เกี่ยวข้อง  ระบบยาในโรงงานอุตสาหกรรม   เสนอให้เพิ่มความสำคัญเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญด้วย เช่น RUD, health economics, health policy,  systematic thinking

ควรรวมกลุ่มอาจารย์ในสายนี้  เพื่อจัดการฝึกงานด้านบริหารเภสัชกิจในทุกๆ สาย เช่น ระบบยา คุ้มครองผู้บริโภค ระบบจัดการยาในโรงพยาบาล CRA community pharmacy และการตลาดยา

ดังนั้นจึงควรมีเวทีทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ         จัดตั้งคณะทำงานหรือคณะอนุกรรมการพัฒนาการศึกษาสายเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร (Social and Administrative Pharmacy)  เพื่อทำหน้าที่

1.      พัฒนาการเรียนการสอนในสายวิชาเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร

2.      จัดระบบการงานฝึกงานระบบยา เช่น การกำหนดขอบเขตการฝึกงาน  วัตถุประสงค์ จัดทำคู่มือฝึกงาน  กำหนดเกณฑ์การประเมินผลนักศึกษา  แนวทางการนิเทศ  การทำ Elective clerkship พัฒนาเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอาจารย์และแหล่งฝึก เพื่อเตรียมความพร้อม   โดยประสานงานกับอาจารย์สาย Pharm care 

3.      มีส่วนร่วมในการออกข้อสอบกับสภาเภสัชกรรม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับด้านผู้ป่วย

ในระยะแรกนี้ที่ประชุมเสนอให้ รศ.ดร. ชะอรสิน สุขศรีวงศ์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล  รับเป็นประธานชั่วคราวจนกว่าจะมีกลุ่มอย่างเป็นทางการ  และทำการคัดเลือกประธานใหม่

 

นัดประชุมครั้งต่อไป วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2558  เพื่อเรียนรู้การฝึกงานระบบยาของมหาวิทยาลัยอื่นๆ  ได้แก่ มศก. มน. ม.หัวเฉียว และ ม.สยาม  จัดทำคู่มือฝึกงานร่วมกัน  ผู้เข้าร่วมประชุมจะเชิญอาจารย์จากแหล่งฝึกของมหาวิทยาลัยนั้นๆมาด้วย



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  ได้แนวทางการจัดการฝึกปฏิบัติงานระบบยา ซึ่งจะบังคับใช้ในปี 2560

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  แนวทางการจัดการฝึกปฏิบัติงานระบบยาสำหรับนักศึกษาสายบริบาลเภสัชกรรม





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th