หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  กรรณิการ์  แสงประจง   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ฝึกอบรม       เมื่อวันที่   26 ก.ย. 2557    ถึงวันที่   27 ก.ย. 2557
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   ส่วนส่งเสริมวิชาการ ม.วลัยลักษณ์   จังหวัด  นครศรีธรรมราช
  เรื่อง/หลักสูตร    The Brain and Thinking Process
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    03 ต.ค. 2557


  เนื้อหา ?
  ช่วงวันที่ 26-27 กันยาน 2557 ผู้เขียนได้เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ The Brain and Thinking Process โดยมี ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. ทันตแพทย์ กรัสไนย หวังรังสิมากุล จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นวิทยากร

หลังผ่านการอบรมแล้วผู้เข้าอบรมได้ทราบ

1.       ความหมายของการคิด:

การคิดเป็นกระบวนการวิธีใช้หัวคิดในการตีความหมายจากประสบการณ์ทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เป็นทักษะในการใช้สติปัญญาต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างรู้ตน

2.       พฤติกรรมในการคิด:

Thinking Behavior มี 2 ชนิดคือ

-          อยากคิด: ไม่ได้ถูกบังคับ

-          ต้องคิด เพราะว่ามีปัญหามาบีบเรา

3.       กระบวนการพื้นฐานในความคิด

ความคิด คือความพยายามที่จะให้เกิดการปฏิบัติอย่างมีประโยชน์โดยวิธีการที่หลากหลาย มีกระบวนการพื้นฐานในความคิดดังนี้

3.1   กว้างหรือเฉพาะเจาะจง: ในการมองหาทางออกของการแก้ปัญหา เราอาจต้องคิดแบบกว้างๆก่อน เพื่อจะได้หาทางเลือกที่ยืดหยุ่นและประเมินได้ จากนั้นค่อยๆหาคำตอบที่ชัดเจนเฉพาะเจาะจงขึ้น

3.2   สำรวจความคิดเห็น: เราอาจต้องคิดทบทวนในใจให้ครบถ้วน สร้างมโนภาพ และฉายภาพที่คิดไว้ออกมา ซึ่งจะช่วยให้เราได้สำรวจใจของเราว่ามีอะไรบ้าง

3.3   ตั้งใจให้แน่วแน่: กระบวนการคิดต้องประกอบด้วยความตั้งใจที่มีทิศทางชัดเจน อาจเกิดจากการคิดด้วยตนเองหรือสอบถามความคิดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

3.4   จดจำได้อย่างแม่นยำ: เราจะจดจำได้ต่อเมื่อเราระบุสิ่งนั้นๆได้หรือรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรมาก่อน ซึ่งเกิดจากที่เราทำอะไรซ้ำๆกัน ทำให้สมองเราบันทึกไว้

3.5   พร้อมจะลงมือปฏิบัติ: จะเริ่มด้วยการวาดภาพในใจหรือตั้งมโนภาพ รวมทั้งสัมพันธ์กับวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้มีทางเลือก

4.       ธรรมชาติของความคิด

การคิด เป็นสิ่งที่สมองทำเอง และเป็นสิ่งที่เราจัดขึ้นที่จะทำ มีความเกี่ยวข้องกับการรับรู้ (perception) และการฝึกฝน (training) โดย 85% ของการคิดเป็นเรื่องของการรับรู้ นอกจากนี้อารมณ์และความรู้สึก ปัญญาญาณมีส่วนสำคัญในการคิดของทุกคน

5.       อัตลักษณ์ของผู้ที่ถนัดในการรับรู้ต่างกัน: แนวถนัด (style) การเรียนรู้ของแต่ละคนเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาการทำงาน การเรียนและการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จึงต้องทราบว่าคนๆนั้นถนัดการเรียนรู้ผ่านการดูด้วยตา ผ่านการได้ยินทางหู หรือผ่านการเคลื่อนไหวและสัมผัส แม้ว่าในชีวิตจริงคนเราใช้ทั้งสามการเรียนรู้แต่คนส่วนใหญ่มักชอบหรือถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง

-          ตาดู (Visual): เป็นคนที่พูดเร็ว จะจำที่เห็นมากกว่าการได้ยิน ใช้เชื่อมโยงด้วยการดู ไม่ถูกรบกวนด้วยเสียง ชอบการสาธิตมากกว่าการพูดเฉยๆ

-          หูฟัง (Auditory): พูดเร็วปานกลาง จำโดยการฟังและการอภิปราย ถูกรบกวนด้วยเสียง

-          มือทำ (Kinesthetic): พูดช้า ชอบยืนใกล้คนที่คุยด้วย อาจแตะต้องคนเรียกความสนใจ กล้ามเนื้อพัฒนาเร็ว ชอบเล่นเกมส์ ชอบทำสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น และลายมืออาจยุ่งเหยิง

6.       เพราะอะไรคนเราถึงคิดไม่เหมือนกัน: “การแปลผลข้อมูล” ที่ไม่เหมือนกัน น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนคิดไม่เหมือนกัน จากการศึกษาเรื่องการทำงานของสมองพบว่า การแปลผลข้อมูลของสมองเป็นส่วนที่เกิดขึ้นในระดับจิตใต้สำนึก (Subconscious mind) ที่ทำงานอย่างอัตโนมัติทันที โดยอาศัยการเปรียบเทียบข้อมูลเก่าที่มีเก็บสะสมจำนวนมากในสมอง

แล้วเราควรคิดทำอย่างไรกับคนที่คิดไม่เหมือนเรา จึงเป็นคำถามต่อมา .... การคิดไม่เหมือนกันเป็นธรรมชาติ ที่เราควรจะเข้าใจเรียนรู้และยอมรับ เราควรที่จะเข้าอกเข้าใจและเคารพ คนที่คิดไม่เหมือนเรา โลกของเขาย่อมไม่เหมือนโลกของเรา

7.       กฎของ Mind map: ผู้เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสฝึกเขียน mind map ของตนเอง ตามหลักการเขียน/ กฎของ mind map ดังนี้

-          อุปกรณ์: กระดาษขาว ไม่มีเส้น ปากกา/ดินสอสี 6-12 สี

-          แก่นแกน: เริ่มแก่นแกนจากกึ่งกลางหน้ากระดาษ ควรเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ มีขนาดพอเหมาะ ไม่ควรล้อมกรอบ

-          กิ่งแก้ว: ควรแตกมาจากแก่นแกน เป็นคำกุญแจหรือใจความสำคัญ กระจายออกรอบทิศทาง ใช้เส้นโค้งเรียวลง ต้องเชื่อมโยงกับแก่นแกน

-          กิ่งก้อย: ต้องเชื่อมโยงกับกิ่งแก้ว ใช้สีเดียวกับกิ่งแก้ว เขียนให้เส้นโค้งไหลลื่น

-          คำ: ใช้คำสั้นๆ เขียนตัวบรรจง ภาษาอังกฤษควรเขียนตัวใหญ่ ภาพ/คำ/สัญลักษณ์ ต้องมีเส้นรองรับข้างใต้เสมอและเชื่อมโยงติดกับเส้นก่อนหน้า เส้นให้ยาวกว่าภาพ/คำ/สัญลักษณ์เล็กน้อย

-          เน้น: ข้อมูลสำคัญอาจใส่กล่อง ล้อมวงกลม หรือป้ายสีให้ดูเด่น

-          เชื่อมโยง: ใช้ลูกศรเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความสัมพันธ์แต่อยู่ห่างคนละกิ่งได้ แทรกอารมณ์ขันได้ ล้อมสาขาที่แตกออกจากกิ่งแก้วเดียวกัน แต่ละกิ่งให้เป็นพรมแดนต่างสีกัน เพื่อให้ดูง่ายขึ้น

 



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

-

-          สามารถช่วยให้จัดระบบการคิดให้มีประสิทธิภาพ

-          เป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้เมื่อต้องทำงานเป็นทีม

-          ใช้ mind map เป็นเครื่องมือในการช่วยจำ ช่วยคิด



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

-          จัดกิจกรรมให้นักศึกษามีการใช้ mind map ในการเรียน







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th