หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  กรรณิการ์  แสงประจง   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   06 ส.ค. 2557    ถึงวันที่   08 ส.ค. 2557
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะพยาบาลศาสตร์ ม. มหิดล   จังหวัด  นครปฐม
  เรื่อง/หลักสูตร    ดูแลอย่างไร..ให้ได้ใจแม่วัยทีน
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    19 ส.ค. 2557


  เนื้อหา ?
  

           จากการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ พบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องการดูแลสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น ผู้เขียนจึงขอสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้

1.      ท้องในวัยทีน: ความท้าทายในการพัฒนาคุณภาพประชากรไทย

      สถานการณ์ในประเทศไทยมีจำนวนการท้องที่ไม่พร้อมประมาณ 3-4 แสนรายต่อปี หนึ่งในสามของการท้องไม่พร้อมพบว่าเป็นวัยรุ่น ซึ่งวัยรุ่นต้องเผชิญกับความเป็นแม่ในความเป็นเด็ก (Motherhood in Childhood) วัยรุ่น/ผู้หญิงท้องอาจเนื่องมาจากไม่ได้คุมกำเนิด คุมกำเนิดแต่พลาด ถูกละเมิดทางเพศ และมีความไม่พร้อมอาจเนื่องจากไม่มีเงินเลี้ยงดู ยังเรียนอยู่ ต้องทำงาน มีบุตรเพียงพอหรืออายุมากเกินไป โดยผู้ที่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อม มีการตัดสินใจไม่ท้องต่อร้อยละ 80  และท้องต่อร้อยละ 20 ซึ่งการท้องต่อไปโดยที่ไม่พร้อมพบว่า หญิงตั้งครรภ์อาจขาดสารไอโอดีน ทารกคลอดน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน ทารกตายในขวบปีแรก และทารกถูกทอดทิ้ง ซึ่งการพัฒนาคุณภาพคนไทยต้องเริ่มจากการเกิดที่มีคุณภาพที่เป็นผลมาจากการท้องที่พร้อมและตั้งใจ

การแก้ปัญหาการท้องที่ไม่พร้อมในวัยรุ่นนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดในการแก้ปัญหาดังนี้

-          ยุทธศาสตร์ที่ 1: การสื่อสารสาธารณะ ที่เน้นการให้ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างทัศนคติที่ดีแก่วัยรุ่น ครอบครัว สังคม สร้างทักษะชีวิต จัดหาแหล่งข้อมูลและการให้การปรึกษา

-          ยุทธศาสตร์ที่ 2: การเข้าถึงบริการอนามัยเจริญพันธุ์ ได้แก่ การจัดบริการที่ครอบคลุมและตรงตามความต้องการ สถานบริการที่วัยรุ่นสามารถเข้าถึงได้ง่าย ลดอุปสรรคต่างๆ ในการเข้าถึงบริการ เช่น ค่าใช้จ่าย ความเพียงพอของเวชภัณฑ์คุมกำเนิด และมีความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่าย

-          ยุทธศาสตร์ที่ 3: ระบบการให้การดูแลและช่วยเหลือ โดยมีระบบรับเรื่องสำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือ การให้คำปรึกษาแบบมีทางเลือก การให้การดูแลในกรณีที่ตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อไป การเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การให้บริการคุมกำเนิดที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ การให้การช่วยเหลือด้านสังคมหลังคลอด เช่น โอกาสในการศึกษาต่อหรืออาชีพในอนาคต  

2.      Be Buddy with Teen Mom

ผู้บรรยายในหัวข้อนี้กล่าวว่า คำว่าBuddy แตกต่างจากคำว่า เพื่อน เพราะ Buddy จะต้องรู้ใจกัน แต่เพื่อนอาจไม่รู้ใจกันก็ได้

 

ความจริงที่ทราบแล้วเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นคือ

-          ทารกที่เกิดจากแม่วัยรุ่น: มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่า มีโอกาสเกิดน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่าปกติมากกว่ามารดาวัยผู้ใหญ่ มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า มีความเสี่ยงที่จะต้องเข้าโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยมากกว่า มีพัฒนาการล่าช้าและปัญหาการขาดอาหารมากกว่าในขวบปีแรก มีโอกาสถูกทอดทิ้งและถูกทารุณกรรม

-          สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น: มาฝากครรภ์ล่าช้า หรือไม่มาฝากครรภ์ มีความเสี่ยงที่จะรับประทานอาหารไม่เพียงพอ/ ไม่เหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดมากกว่า มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมากกว่ามารดาวัยผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่น้อยกว่า มีปัญหาทางจิตใจในช่วงที่บุตรมีอายุ 3 ขวบปีแรกมากกว่า มีความเสี่ยงที่จะแยกทางกับบิดาของบุตร มีความเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งครรภ์ซ้ำ และขาดโอกาสทางการศึกษา

ความจริงอีกด้านเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นคือ

-          วันรุ่นแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งพื้นฐานความเป็นอยู่ ครอบครัว และประสบการณ์ชีวิต

-          การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีความสัมพันธ์กับ Social Exclusion

-          ผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์มากจาก อายุ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ด้อยโอกาส และการไม่ได้การดูแลในระยะตั้งครรภ์

-          การมาฝากครรภ์ล่าช้าและการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมอาจมาจาก การไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ พยายามปกปิดการตั้งครรภ์ เพราะกลัวถูกปฏิเสธจากครอบครัวและเพื่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีปัญหาอื่นๆเกิดขึ้นในครอบครัว ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าตรวจ

-          บิดาของทารก มีทั้งที่เป็นวัยรุ่นและไม่ใช่วัยรุ่น กรณีที่เป็นวัยรุ่นมีโอกาสที่จะแยกทางมากกว่า และหากสัมพันธภาพที่ดีในระยะตั้งครรภ์สามารถทำนายถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรในระยะขวบปีแรก

ความต้องการการดูแลจากมุมมองของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นและครอบครัว

-          วัยรุ่นต้องการคลินิกเฉพาะ ที่มีบริการที่ไม่ต้องเผชิญกับสายตาที่ตำหนิ

-          อยากให้ผู้ให้บริการเข้าใจวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และมารดาวัยรุ่นในทางบวก

-        ต้องการข้อมูลต่างๆที่ตรงกับปัญหา

-      มีผู้ดูแลที่ต่อเนื่องที่เชื่อใจและให้เวลา

-     ได้รับการยืนยันว่าสามารถ ทำหน้าที่ “แม่ที่ดี” ได้

การพัฒนาระบบการดูแลสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น

-          การจัดบริการที่เข้าใจธรรมชาติ ความต้องการ และปัญหาของวัยรุ่น

-          สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพมารดาวัยรุ่นในการเลี้ยงดูบุตร

-          เพิ่มการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ สนับสนุนของครอบครัว

-          การป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ

 

3.      บทบาทผดุงครรภ์กับการดูแลให้ได้ใจแม่วัยทีน

ในหัวข้อนี้มีการยกตัวอย่างการดำเนินงานของโครงการพัฒนาระบบการดูแลสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นอย่างต่อเนื่องโดยพยาบาลผดุงครรภ์เจ้าของไข้ ที่เป็นความร่วมมือและทำงานประสานกันระหว่าง ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยฝากครรภ์ งานการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มีเป้าหมายในการจัดระบบบริการสุขภาพแก่สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น โดยใช้หลักการ CPIP (Clinical Practice Improvement Programme) ในการพัฒนารูปแบบการดูแลและส่งเสริมสุขภาพสำหรับสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น ซึ่งมีการดำเนินการในระยะเริ่มโครงการ ระยะวินิจฉัย และกระบวนการในการให้ข้อมูล โดยได้มีการจัดตั้งเป็นคลินิกฝากครรภ์วัยรุ่นและใช้ระบบพยาบาลผดุงครรภ์เจ้าของไข้ หรือเรียกอีกชื่อว่า คลินิกดาวชมพู กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 18 ปี และมีอายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์ ให้การดูแลอย่างต่อเนื่องทุกวันอังคาร ในช่วง 07.00-12.00 น. มีพยาบาลประจำหน่วยฝากครรภ์ และอาจารย์ทำหน้าที่เป็นพยาบาลผดุงครรภ์เจ้าของไข้

 

4.      เทคนิคการให้คำปรึกษาแบบเน้นการสร้างแรงจูงใจในแม่วัยทีน

Motivational Counseling (การให้คำปรึกษาแบบเน้นการสร้างแรงจูงใจ) หมายถึง การช่วยเหลือผู้รับคำปรึกษา โดยใช้การสื่อสารสองทาง เพื่อสร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ส่งเสริมสนับสนุนการมีพฤติกรรมสุขภาพ (การออกกำลังกาย การมาตรวจตามนัด การรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ยาเสพติด การวางแผนการเงิน การพนัน ฯลฯ)

          การให้คำปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ มี 3 ลักษณะคือ

1.       Motivational Brief Advice (MBA): การให้คำแนะนำแบบสั้น 5-10 นาที มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความตระหนัก มองเห็นปัญหา เกิดแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนแปลง

2.        Motivational Brief Intervention (MBI): การให้คำปรึกษาแบบสั้น 20-30 นาที มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความตระหนัก มองเห็นปัญหา เกิดแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนแปลง สามารถวางแผนที่เป็นไปได้

3.       Brief Counseling (MBC): การให้คำปรึกษาระยะสั้น 40-60 นาที หลายครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความตระหนัก สามารถวางแผน ก้าวข้ามอุปสรรคได้

องค์ประกอบที่จำเป็นในการให้คำปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ ได้แก่

1.       Express Empathy (มีความเห็นอกเห็นใจ)

            2.       Develop Discrepancy (ชี้ให้เห็นความแตกต่าง)

          3.       Avoid argumentation (หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง)

          4.       Roll with Resistance (หมุนไปตามแรงต้าน)

          5.       Support self-efficacy (การสนับสนุนการรับรู้ความสามารถของตนเอง)

ทักษะการสนทนาที่ใช้ในการให้คำปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ มีดังนี้

1.       การถามด้วยคำถามปลายเปิด

2.        การชื่นชม

3.       การสะท้อนกลับ

4.       การเห็นใจ/ ให้กำลังใจ

5.       การสรุป

ในการใช้คำถามสร้างแรงจูงใจควรเป็นไปตามระดับของแรงจูงใจของวัยรุ่น ในทีนี้ขอยกตัวอย่างการคุยเรื่องการคุมกำเนิดกับสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น ดังนี้

1.       ระยะมองไม่เห็นปัญหา (Pre-contemplation) ควรคุยเรื่องที่มีความสำคัญกับวัยรุ่น เช่น การเรียน อนาคต ก่อนดึงเข้ามาสู่เรื่องการคุมกำเนิด สะท้อนผลกระทบต่างๆ ให้ข้อมูลทางเลือก และไม่ถกเถียง

2.       ระยะมองเห็นปัญหา (Contemplation) ควรเชื่อมโยงเป้าหมายที่ถูกรบกวนด้วยความเสี่ยง ชวนชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย และชี้ใหเห็น/เสนอแนะทางเลือกต่างๆ

3.       ระยะตัดสินใจ (Determination) ควรถามย้ำให้เกิด commitment เช่น ทำไมคุณบอกว่าจะตั้งใจคุมกำเนิด ให้มีพิจารณาทางเลือก ข้อดีข้อเสีย และกระตุ้นให้มีการวางแผนที่เป็นรูปธรรม

4.       ระยะทำได้บ้าง (Action) ควรถามปัจจัยด้านบวกที่ทำให้ทำได้ ค้นหาสิ่งดีที่ได้รับ ถามเหตุผลที่ตั้งใจให้เกิด commitment ต่อไป เช่น ทำไมคุณถึงบอกว่าจะเรียนให้จบ

5.       ระยะทำได้เป็นนิสัย (Maintenance) ควรพูดคุยเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะกลับมาไม่คุมกำเนิด   

 



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

  - นำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาจากการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ความต้องการการดูแลจากมุมมองของสตรีตั้งครรภ์และครอบครัว มาประยุกต์ใช้ในการดูแลสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นขณะขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วยกับนักศึกษาพยาบาล เพื่อให้เกิดการดูแลที่เข้าถึงใจสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นและครอบครัว

- นำหลักการการให้การปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการคุมกำเนิดแก่สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นมาใช้ ขณะฝึกปฏิบัติกับนักศึกษาที่คลินิกฝากครรภ์



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
   - นำหลักการการให้การปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจไปใช้ในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การรับประทานยาบำรุงเลือด การมาฝากครรภ์ตามนัด การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th