หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  อรทัย  นนทเภท   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    สัมนา       เมื่อวันที่   19 ก.พ. 2557    ถึงวันที่   21 ก.พ. 2557
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สภาการพยาบาล   จังหวัด  ราชบุรี
  เรื่อง/หลักสูตร    การสัมมนา ผู้เยี่ยมรับรองมาตรฐานการบริการพยาบาลและการผดุงครรภ์
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    04 มี.ค. 2557


  เนื้อหา ?
  

สภาการพยาบาลเป็นองค์กรหลักในการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพและรับรองคุณภาพบริการการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ในสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและเอกชน ในการนี้จึงต้องจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ตรวจเยี่ยม ซึ่งทักษะสำคัญในการตรวจเยี่ยมคือ ความรู้ เข้าใจในมาตรฐานและทักษะการประเมินอย่างกัลยาณมิตร หรือใช้หลักสุนทรียสนทนา

                สุนทรียสนทนา (Dialogue) (มนต์ชัย  พินิจจิตรสมุทร)  เป็นวิธีการที่นำทางไปสู่การคิดร่วมกันของมนุษย์ และเป็นการคิดนอกกรอบไม่ใช่แค่คิดในความเคยชิน เป็นการนำแนวคิดของ David Bohm (1996) มาผสานร่วมกับแนวคิดตะวันออกซึ่งใช้หลักพุทธธรรม มาทบทวนอธิบายใหม่ที่คำนึงถึงบริบท ค่านิยม วิถีปฏิบัติ และการทำงานในสังคมไทย ในการร่วมคิดกันนี้จะต้องใช้เวลาในการฟังกลุ่ม เปิดประสาทการรับรู้ของตนเองเต็มที่ นำข้อมูลมาเพื่อการคิด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ตอบสนองทางความคิด และกลไกการทำงานของจิตใจ ในขั้นตอนแรกจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของบุคคล ก่อนไปสู่การพัฒนา โดยจะมุ่งที่การสำรวจเข้าไปในความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกและสมมุติฐานของตนเอง ของกลุ่ม จากการเฝ้าสังเกต รับรู้ค่านิยม เจตจำนงที่เป็นจริงหรือที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของบุคคล โดยไม่ตีความหมายใดๆ แต่เพียงการรับรู้ แล้วค่อยนำมาไตร่ตรอง (reflection) กับโลกภายนอก เพื่อการประมวลความรู้ ความคิดในการในหลายๆครั้ง ซึ่งเรียกว่าการสื่อสารด้วยจิตใจ จนเกิดการไหลของกระแสความหมายอันเป็นความรู้สึกนึกคิดร่วมกันของสมาชิกในกลุ่ม

                ทักษะที่ใช้ในการทำสุนทรียสนทนา คือ 1) การฟังอย่างละเอียด (deep listening) ฟังด้วยใจ ใช้ใจเป็นตัวรับสัญญาณ (อก) หูสองข้างเป็นเสาอากาศ จึงเป็นสามเหลี่ยมแห่งการฟัง  2) การไตร่ตรองความคิด (reflection) จากการรับรู้หลายๆครั้งมาทบทวนจนตกผลึกความคิด  และ 3) การนำเสนอความคิด (advocacy) การนำเสนอความรู้สึกนึกคิดที่มีฐานการพูดออกมาจากจิตใจ รวมถึงการซักถาม (inquiry) ที่เกิดขึ้นระหว่างการนำเสนอความคิดเพื่อให้ผู้พูดขยายความเพิ่มเติม นอกจากนี้ต้องมีการปรับสมดุลแห่งการรับรู้ภายในและภายนอก ซึ่งจะมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกผ่านช่องทางการรับรู้ทั้ง 5 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) ความรูสึกนึกคิดเป็นการับรู้ภายในซึ่งมาจากอดีต ประการณ์การรับรู้ เรียนรู้ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องปล่อยวางความคิดนี้ ต้องฟัง ไตร่ตรอง ฟัง ไตร่ตรอง หลายๆ ครั้งก่อนตัดสินสิ่งรับรู้ใหม่นี้ จากที่เกิดความเป็นอิสระในการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ไตร่ตรองความคิดได้ดีขึ้น การค้นหาแนวทาใหม่ได้ดีขึ้น ดังนั้นการทำสุนทรียสนทนาเพื่อให้ผู้ตรวจเยี่ยมฟังเป็น คิดเป็น พูดเป็น หรือ Sharing เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ มีสติ มีสมาธิในการทำงาน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างชาญฉลาด ให้รู้ว่าทุกคนเป็นครู ทุกที่เป็นห้องเรียนไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง ไม่มีใครที่ไม่รู้อะไรเลย ทุกคนต่างรู้และไม่รู้  จึงต้องมาร่วมกันคิดเพื่อก่อให้เกิดความรู้ใหม่

                สำหรับประเด็นมาตรฐาน ซึ่งมี 3 ระดับคือ ระดับปฐมภูมิ ทุติ-ตติยภูมิ และระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซึ่งในแต่ละระดับของมาตรฐานต่างประกอบด้วย 3 หมวด คือ หมวดที่ 1 เรื่องการจัดการองค์กร เป็นหมวดที่มุ่งบอกทิศทางการบริหารจัดการในองค์กร หมวดที่ 2 เป็นการปฏิบัติการ ที่มุ่งเน้นที่ผู้ปฏิบัติ และหมวดที่ 3 ผลลัพธ์เป็นผลจากการดำเนินงานจาก 2 หมวด

                หมวดที่ 1 สำคัญในเรื่องการวางแผนงาน (แผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ) ที่เหมาะกับบริบท และนำไปสู่ผู้ปฏิบัติได้รับรู้เข้าใจ ก้าวเดินไปในลู่ทางเดียวกัน การจัดการเรื่องบุคลากร ในความพอเพียง เป็นไปตามผล Productivity ซึ่งในการคิดจำนวนความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยตามบริบทจริง ความรู้ ทักษะ ความสามารถ ทันต่อเหตุการณ์ การควบคุมกำกับ การนิเทศ โดยเฉพาะการนิเทศในคลินิก ซึ่งต้องพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้นิเทศโดยเฉพาะหัวหน้างาน (ควรมีความรู้ในด้านคลินิก และเป็นที่พึ่งของพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน) รวมถึงหัวหน้าพยาบาล ที่สภาการพยาบาลอยากให้ลงไปเยี่ยมตรวจการปฏิบัติงานในคลินิกบ้าง เพื่อเห็นสภาพการทำงานจริงสามารถให้ข้อมูลคำปรึกษาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและเสนอให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป การธำรงรักษา ดูแลทุกข์สุข ทำให้พยาบาลอยู่ทำงานด้วยนานๆ สำหรับประเด็นการพัฒนาคุณภาพงาน การจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในองค์กรทั้งความเสี่ยงทางคลินิก และความเสี่ยงทั่วไป

                หมวดที่ 2 การปฏิบัติการพยาบาล การใช้กระบวนการพยาบาล การดูแลต่อเนื่องและการบันทึกทางการพยาบาล เป็นการมุ่งเน้นที่ผู้ปฏิบัติในหน่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การนำเอานโยบายมาสู่การปฏิบัติจริง  การปฏิบัติตามแนวนโยบาย การนำปัญหาจากการปฏิบัติกลับไปสู่การปรับปรุง แก้ไข หรือการพัฒนาต่อไป ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของนโยบาย การปฏิบัติหน้างาน และการให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการพัฒนา ผลการปฏิบัติก็จะเป็นผลในขั้นตอนกระบวนการ ส่วนผล out comes ก็จะไปปรากฏที่หมวดผลลัพธ์ที่จะทำให้เห็นคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลได้ดีขึ้นด้วย

                หมวดที่ 3 ผลลัพธ์ซึ่งต้องเป็นผลลัพธ์ทางการพยาบาล ซึ่งสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันตั้งแต่ ทิศทางในหมวดที่ 1 การปฏิบัติการ หรือหน่วยปฏิบัติหน้างานในหมวดที่ 2 และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในหมวดที่ 3 ที่ตอบคำถามคุณภาพถึงความปลอดภัยในผู้รับบริการ การช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน ผู้ป่วยได้รับความรู้ และเข้าใจในโรค อาการที่ป่วย และสามารถที่จะดูแลตนเองได้ รวมทั้งความพึงพอใจในบริการที่ได้รับสำหรับโรงพยาบาลที่ตรวจเยี่ยมประเมินเพื่อรับรองต่อเนื่องนั้น ให้นำเสนอผลลัพธ์ที่ต่อยอดจากการมาตรวจเยี่ยมครั้งที่ผ่านการประเมิน

                ทั้งนี้ เพราะจากผลการเยี่ยมตรวจตามมาตรฐาน ในหมวดที่ 1 ไม่ค่อยชัดเจนบอกทิศทางการพัฒนาไม่ได้ หมวดที่ 2 ก็จะเป็นงานที่ทำประจำ (routine) ขาดการพัฒนา หรือพัฒนาแต่ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ออกมาในหมวดที่ 3 ก็จะตอบคำถามหรือเป้าหมายในหมวดที่ 1 ไม่ได้ ดังนั้น ควรให้ข้อมูลปัญหาการตรวจเยี่ยมในประเด็นสำคัญ แก่ผู้มาประชุมเพื่อการเขียน SAR ได้รับทราบข้อมูลบ้าง เผื่อจะได้พัฒนางาน การเขียนให้ชัดเจนมากขึ้น

                สำหรับปัญหาของผู้ตรวจเยี่ยม ได้แก่ การตรงต่อเวลา การให้ข้อมูล การเก็บประเด็นข้อมูล การวิเคราะห์ปัญหา การเขียนและการจัดส่งรายงาน (ส่งภายใน 15 วันหลังจากปรับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว) บุคลิกภาพ การแต่งกาย Uniform เสื้อสูทสภาการพยาบาล การเขียนเบิกเบี้ยเลี้ยงและการรับเงิน ทั้งนี้ ให้หัวหน้าทีมกระตุ้นให้ลูกทีมดำเนินการให้เสร็จสิ้นในคราวออกเยี่ยมครั้งนั้นๆ นอกจากนี้ ความล่าช้า หรือผิดพลาดจากสภาการพยาบาล ได้แก่ ส่งรายชื่อทีมและตารางการตรวจเยี่ยมล่าช้า ปรับเปลี่ยนคนผู้ตรวจเยี่ยม ข้อมูลไม่นิ่ง สรุปว่า ควรปรับปรุงระบบการประสานงานให้ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

1. ใช้การทำสุนทรียสนทนาในการจัดการเรียนการสอนนักศึกษา และการตรวจเยี่ยมรับรองคุณภาพการบริการการพยาบาลและการผดุงครรภ์

2. นำมาตรฐานการพยาบาลและการผดุงครรภ์มาใช้สอนนักศึกษา ในวิชานโยบายด้านสุขภาพ และองค์การทางการพยาบาล

3. ให้ความรู้เรื่องมาตรฐานการพยาบาลและให้คำปรึกษาแก่บุคลากรทางการพยาบาล



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  ส่เสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพบริการการพยาบาลและการผดุงครรภ์ให้ได้มาตรฐาน





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th