หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  อรทัย  นนทเภท   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   20 ม.ค. 2557    ถึงวันที่   22 ม.ค. 2557
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สภาการพยาบาล   จังหวัด  นครปฐม
  เรื่อง/หลักสูตร    การพยาบาลกับการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    27 ก.พ. 2557


  เนื้อหา ?
  

1.   ได้ทราบทิศทางการพัฒนามาตรฐานและแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ) (อนุชา เศรษฐเสถียร) :โดยมีเป้าหมายหลักโดยบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ มีความรวดเร็วในการช่วยเหลือ (FAST track) มีความพร้อมในการให้บริการ 24 ชั่วโมง (โทร 1669) พัฒนาคุณภาพของสถานบริการให้ผ่านการประเมิน HA หรือ JCI และมีการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ

2.     ได้ทราบกฎหมาย พ... การแพทย์ฉุกเฉิน พ.. 2551 ที่ได้ประกาศใช้เพื่อลดและป้องกันการสูญเสียชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความพร้อมในการใช้อุปกรณ์และช่วยฉุกเฉินได้ถูกต้อง รวดเร็วและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน (สุรจิต สุนทรธรรม)

3.  ได้ทราบวิธีการจัดการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ 1) Scoop & Run คือ ให้เสียเวลา ณ จุดเกิดเหตุน้อยที่สุด (รีบตักและวิ่ง) ให้นำผู้บาดเจ็บ หรือผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเร็วที่สุด ซึ่งอาจให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในรถพยาบาลหรือจุดปฐมพยาบาล แล้วรีบนำส่งต่อโรงพยาบาลเร็วที่สุด ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะจะช่วยเหลือผู้ป่วย Trauma เป็นแนวคิดของประเทศแถบอเมริกา และ2) ระบบ Stay & Play เป็นแนวคิดของกลุ่มประเทศในยุโรป ที่ต้องทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นหรือปลอดภัยก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่อไป วิธีนี้เหมาะที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยมีปัญหาทางอายุรกรรม ช่วยเหลือให้ดีขึ้นผ่านภาวะวิกฤติแล้วค่อยส่งไปวินิจฉัย รักษาเพิ่มเติม (ไชยพร ยุกเซน)

4.      ได้ทราบระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้บาดเจ็บในระดับสากล (International medical transport) ปัจจุบันมี Passport for Health สำหรับบุคคลที่จะเข้ามารักษาในประเทศไทย การขนส่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางเครื่องบิน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้าย ตั้งแต่การเตรียมก่อนขึ้นเครื่อง การดูแลขณะอยู่ในเครื่องบิน การช่วยฉุกเฉิน และการนำผู้ป่วยลงจากเครื่องบิน โดยเฉพาะในรายที่ต้องให้ออกซิเจน จะต้องเรียนรู้ life port system ในเครื่องบินและคำนวณค่า power oxygen supply ซึ่งทั้งแพทย์และพยาบาลที่ช่วยลำเลียงผู้ป่วยทางเครื่องบินต้องมีการเรียนรู้เฉพาะทางด้านนี้และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างน้อย 3 Flights (สุระ เจตน์วาที)

5.  ได้ทราบระบบการคัดแยกเพื่อส่งไปรักษาต่อ ในการคัดแยก ณ จุดเกิดเหตุโดยผู้พบเห็นหรือทีม FR เรียกว่า Triage sieve การคัดแยกโดยบุคลากรทางการแพทย์ ในจุดปฐมพยาบาล (จุดเกิดเหตุ) เรียกว่า Triage sort เมื่อผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลก็จะคัดแยกที่ห้อง ER เพื่อประเมิน Life threatening โดยบุคลากรผู้ชำชาญ ที่ต้องประเมินอย่างรวดเร็วและให้ค่าคะแนน ESI (Emergency severity index) (USA, 1999) เพื่อกำหนดประเภทผู้ป่วย ประโยชน์ในการช่วยเหลือเร่งด่วน ก่อนหลังต่อไป (พัชรี ด้วงทอง)

6. ทราบทิศทางการวิจัยทางการแพทย์ฉุกเฉินที่มุ่งเน้นการวิจัยในเชิงระบบของการปฏิบัติงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับหน่วยงาน ซึ่ง สพฉ.ได้นำระบบ Health system ใน Model ของ WHO (2000) มาเป็นกรอบแนวคิด ขอบเขตการศึกษาอาจจะเป็นกระบวนการ Monitor หรือการประเมินผล (ก่อน หลัง) หรือการปรับปรุงรูปแบบการทำงานประจำที่เป็นวงจร PDCA หรือ Input Process และ Outcomes (ถาวร สกุลพาณิชย์)

7.  ทราบทิศทางและบทบาทของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในด้าน การพัฒนามาตรฐานของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรการอบรม การศึกษาต่อเนื่อง (เฉพาะทาง) สำหรับผู้ปฏิบัติ ในงานการแพทย์ฉุกเฉินได้แก่ หลักสูตรเวชกิจฉุกเฉิน (2 ปี) พยาบาลพาราเมด (ต่อเนื่อง 4 เดือน) หลักสูตร EMD 4 ปี และที่ สพฉ. อยากให้เกิด คือ หลักสูตร First aid instructors ที่ไปสอนชาวบ้าน เพื่อให้เขาทราบข้อมูลโรค สามารถป้องกัน ตระหนักและช่วยเหลือฉุกเฉิน (สอนให้เขารู้ใน 3 ชั่วโมง) อีกทั้ง การพัฒนา บุคลากรทางการแพทย์ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (EMS 4 เดือน)

สำหรับ ด้านการศึกษาพยาบาล ก็ต้องเตรียมหลักสูตรการสอนนักศึกษาให้จบไปเป็นพยาบาลที่สามารถปฏิบัติงานใน ER ได้ โดยต้องออกแบบหลักสูตรที่ทำให้นักศึกษามีสมรรถนะ (ER) ตามที่ต้องการได้แก่ การคิดเป็น รู้เรื่องที่ต้องทำและทำเป็น (ER) (อรพรรณ  โตสิงห์) รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรที่ต้องการจะพัฒนาพยาบาลผู้ปฏิบัติงานใน ER คือ EN (Emergency Nurses), ENP (Emergency Nurse Practitioner) ตามบทบาท และสมรรถนะของพยาบาล EN, ENP และ EMS ซึ่งอย่างต่ำที่สุด พยาบาลต้องเป็นใน Basic life support และ Advanced life support ที่ต้องช่วยเหลือฉุกเฉินและวิกฤติได้ (ศิริอร สินธุ)



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  1. ใช้เป็นข้อมูลวิชาการในการเตรียมเอกสารการสอน ในวิชา การพยาบาลฉุกเฉินและการจัดการสาธารณภัย

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

ใช้เป็นกรอบ แนวคิดในการ ทำวิจัย







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0464 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th