หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาเภสัชศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  วิชิต  โนสูงเนิน   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาเภสัชศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    สัมนา       เมื่อวันที่   18 ก.ย. 2555    ถึงวันที่   18 ก.ย. 2555
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.)   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    การประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) ครั้งที่ 7/255
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    24 ก.ย. 2555


  เนื้อหา ?
  

10.00 น. – 10.30 น.

ลงทะเบียน

10.30 น. – 13.30 น.

- ระเบียบวาระที่ 1: แจ้งเพื่อทราบ

- ระเบียบวาระที่ 2: รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 6/2555

- ระเบียบวาระที่ 3: เรื่องสืบเนื่อง

  3.1  เภสัชศาสตร์ศึกษา

  3.2 คำสั่งแต่งตั้งกรรมการเครือข่ายห้องปฏิบัติการปลอดภัยในคณะเภสัชศาสตร์ (คภ.ปปภ.)

- ระเบียบวาระที่ 4: เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

  4.1  การเลือกตั้งประธาน ศ.ศ.ภ.ท.

  4.2 การเปิดเผยข้อมูลเพื่อการทำ benchmark ในการประกันคุณภาพแบบ TQA

  4.3 การพิจารณาค่าตอบแทนแหล่งฝึก

- ระเบียบวาระที่ 5 (เรื่องอื่นๆ)

         

ด้วยศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) กรุงเทพมหานคร ได้มีการเชิญประชุมคณะกรรมการอำนวยการของ ศ.ศ.ภ.ท. เพื่อสรุปความเห็นในหลายประเด็นซึ่งสืบเนื่องจากการประชุม ครั้งที่ 6/2555 และเรื่องพิจารณาในการประชุม ครั้งที่ 7/2555 โดยมีประเด็นสำคัญที่ปรากฏเป็นข้อสรุปของแต่ละวาระของการประชุมในครั้งนี้ ดังนี้

 

ระเบียบวาระที่ 1 (แจ้งเพื่อทราบ)

ประธานคณะกรรมการอำนวยการของ ศ.ศ.ภ.ท. แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ดังนี้

1.1   ความคืบหน้าการจัดทำ มคอ.1

ประธานฯแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า รายงานการวิจัยเรื่อง มคอ.1 ที่จัดส่งไปยัง สกอ.แล้วนั้น ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมจาก สกอ. ในบางประเด็น เช่น

-          การพิจารณาหลักสูตรที่มีการแยก Competency เป็น 2 สาขาของนักศึกษาในชั้นปีที่ 5 และ 6

-          การฝึกอบรมอาจารย์ใหม่ เดิมระบุไว้เป็นปีเว้นปี ขอให้แก้ไขเป็นทุกปี เพื่อทำให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

-          ให้พิจารณาข้อความที่ระบุไว้ว่า “อาจารย์ในหลักสูตร เป็นอาจารย์ที่ประกอบวิชาชีพจำนวนร้อยละ 80” จะมีข้อจำกัดในการประกอบวิชาชีพหรือไม่

ทั้งนี้ รายละเอียดของเอกสารที่จัดส่งมาจาก สกอ. จะมีการแจ้งเวียนไปยังคณะผู้วิจัยเพื่อพิจารณาแก้ไขและให้แสดงความเห็นต่อไป

 

ระเบียบวาระที่ 2 (รับรองรายงานการประชุม)

                   ได้มีการแก้ไขรายละเอียดที่ไม่เป็นสาระสำคัญส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการสะกดคำผิดและคำซ้ำ และที่ประชุมให้การรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 6/2555 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555

ระเบียบวาระที่ 3 (เรื่องสืบเนื่อง)

3.1 เภสัชศาสตร์ศึกษา

          ประธานฯ ศ.ศ.ภ.ท. ได้สอบถามคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึงความเห็นในประเด็นของเภสัชศาสตร์ศึกษาตามที่ได้ฝากประเด็นไว้ในการประชุมครั้งที่ 6/2555 ซึ่งในประเด็นนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ เนื่องจากอาจารย์ที่เคยมีประสบการณ์ติดภารกิจหลายด้าน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ได้มีประเด็นสำคัญ ดังนี้

-          การเพิ่มทักษะของนักศึกษาในหลักสูตร 6 ปี ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการฝึกปฏิบัติงานในชั้นปีที่ 6 โดยมีความเห็นว่า ควรเน้นเรื่องกระบวนการสอน (Process of teaching) เพื่อให้นักศึกษาได้มีทักษะที่มากกว่าหลักสูตร 5 ปีและสามารถเห็นความแตกต่างของความรู้และทักษะในเชิงวิชาชีพมากขึ้น เช่น ทักษะการทำงานในโรงพยาบาลของนักศึกษาด้าน Pharmaceutical science ที่จะไม่มีการฝึกปฏิบัติงานในชั้นปีที่ 6 และทักษะด้านคลินิกของนักศึกษา Pharmaceutical care ที่ต้องฝึกงานในโรงพยาบาลตลอดการฝึกงานในชั้นปีที่ 6

-          แนวทางการทำ R2R ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เนื่องจากสภาเภสัชกรรม ได้ให้การสนับสนุนกับอาจารย์ที่ร่วมทำงานหรือทำวิจัยร่วมกับแหล่งฝึก เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาการทำงานวิจัยให้มากขึ้น ทั้งนี้ คณาจารย์ที่สนใจขอการสนับสนุน สามารถสอบถามหรือติดต่อได้ที่สภาเภสัชกรรม

-          ควรจัดการประชุมเภสัชศาสตร์ศึกษา โดยเน้นเรื่องที่มีผลกระทบต่อวิชาชีพ เช่น

·       ด้านทักษะ ด้านเทคนิคในการปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทั้ง MCQ และ OSPE และลดความแตกต่างในด้านเทคนิคโดยเฉพาะด้านการปฏิบัติการ (Technical standardization)

·       ด้านการเรียนการสอนของคณาจารย์ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษามีทักษะและความเชี่ยวชาญมากกว่าหลักสูตร 5 ปี (Process of teaching)

3.2   คำสั่งแต่งตั้งกรรมการเครือข่ายห้องปฏิบัติการปลอดภัยในคณะเภสัชศาสตร์ (คภ.ปปภ.)

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เสนอ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งกรรมการเครือข่ายห้องปฏิบัติการปลอดภัยในคณะเภสัชศาสตร์ (คภ.ปปภ.) ให้คณะกรรมการอำนวยการศ.ศ.ภ.ท. พิจารณาทั้งนี้ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ส่งรายชื่อคณาจารย์และนักวิทยาศาสตร์ 3 รายชื่อ ดังนี้

-          อ.ดร.ชุติมา จันทรัตน์

-          นางกาญจุรีย์ ว่องไวรัตนกุล

-          นางสาวขวัญธิดา ศักดิเศรษฐ์

ทั้งนี้ จะจัดส่งคำสั่งให้กับทุกสถาบัน ต่อไป

ระเบียบวาระที่ 4 (เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา)

4.1   การเลือกตั้งประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ใหม่

เนื่องด้วยประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ท่านเดิม (รศ.ดร.จุฑามณี สุทธิสีสังข์) ได้หมดวาระ จึงมีการกำหนดการเลือกตั้งประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ใหม่โดยวิธีการระบุชื่อคณบดีของสถาบันที่ต้องการเลือกจำนวน 1 ชื่อ และผู้ที่มีคะแนนเสียงสูงสุดจะได้รับการคัดเลือกเป็นการเลือกประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ท่านใหม่ จากการเลือกตั้ง ที่ประชุมมีมติให้ รศ.ดร.วงศ์วิวัฒน์ ทัศนียากุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ท่านใหม่ เนื่องจากมีคะแนนสูงสุด

4.2   การเปิดเผยข้อมูลเพื่อการทำ benchmark ในการประกันคุณภาพแบบ TQA

รศ.ดร.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ท่านเดิม) ได้เสนอให้มีการ benchmark ข้อมูลต่างๆ และที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น

-          Donation ของศิษย์เก่า

-          ผลสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (ครั้งแรกของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีสุดท้าย)

-          Publication

-          จำนวนอาจารย์

-          จำนวนนักศึกษา ระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา

-          ค่า FTES

-          การจัดอันดับ Ranking ของ สกอ.

-          งบประมาณวิจัยที่ได้รับ

-          คะแนนการประเมินของผู้ใช้บัณฑิต

-          จำนวนบัณฑิตที่ได้งานทำภายใน 1 ปี

-          อื่นๆที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้

ทั้งนี้ หากสถาบันใดไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลก็สามารถกระทำได้ และในอนาคตอาจจะทำเป็น Web-link เพื่อ update ข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

4.3   การพิจารณาค่าตอบแทนแหล่งฝึก

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำเสนอข้อมูลค่าลงทะเบียนการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมและการสนับสนุนแหล่งฝึกในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาค่าตอบแทนแหล่งฝึกของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 ที่ต้องมีการฝึกงานตลอดระยะเวลา 1 ปีการศึกษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนของนักศึกษาและการสนับสนุนแหล่งฝึกแตกต่างกัน นอกจากนี้ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาได้ให้ค่าตอบแทนแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรม ของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 ในอัตรา 100 บาท/คน/วัน และผู้แทนคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาได้ให้ค่าตอบแทนแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรม ของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 ในอัตรา 100 บาท/คน/วัน (โดยแบ่งเป็นค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงิน 50 บาท/คน/วันและค่าวัสดุใช้สอยคิดเป็น 50 บาท/คน/วัน) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี ทำให้มีภาระการใช้จ่ายที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยในสังกัดเอกชนไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่ที่ผ่านมาในส่วนของการฝึกงานภาคบังคับ ศ.ศ.ภ.ท. ได้ยึดหลักการให้ค่าตอบแทนในอัตรา 100 บาท/คน/วัน เช่นกัน อาจจะมีเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ

ในประเด็นนี้ ที่ประชุมมีมติในเบื้องต้น ไม่ให้ค่าตอบแทนแหล่งฝึกในการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรม ของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 (สำหรับคณะเภสัชศาสตร์/สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ในสังกัดมหาวิทยาลัยของรัฐ) อย่างไรก็ตาม ให้ประธาน ศ.ศ.ภ.ท. ท่านใหม่ (รศ.ดร.วงศ์วิวัฒน์ ทัศนียากุล) หาแนวทางที่เหมาะสม โดยทำการหารือกับสมาคมทางวิชาชีพเภสัชกรรมต่างๆ รวมทั้งคณะเภสัชศาสตร์ ทุกสถาบันอาจจะต้องทำการหารือกับแหล่งฝึกเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมต่อไป

 

ระเบียบวาระที่ 5 (เรื่องอื่นๆ)

5.1   การขึ้นเงินเดือนของข้าราชการในมหาวิทยาลัยของรัฐ

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้สอบถามสถาบันต่างๆถึงแนวทางการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการในมหาวิทยาลัยของรัฐ ตามที่สำนักงาน กพ. กำหนดให้ขึ้นเงินเดือนสำหรับคณาจารย์ที่ลาศึกษาต่อ (ในสาขาขาดแคลน) ในประเด็นนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไม่ขึ้นให้กับคณาจารย์ในสังกัดคณะแพทยศาสตร์และเภสัชศาสตร์ และในสถาบันอื่นๆไม่มีการขึ้นเงินเดือนให้กับคณาจารย์ที่ลาศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ขึ้นเงินเดือนให้กับคณาจารย์ในสาขาที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์สุขภาพ ประมาณ 1.5% ต่อปี และจะจ่ายเงินในรูปแบบของการตกเบิกเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยไม่รวมอยู่ในประกาศของสำนักงาน กพ. ฉบับนี้

5.2   การลอกเลียนแบบการตีพิมพ์ในวารสาร

รศ.ดร.เฉลิมศรี ภุมมางกูร คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้นำเสนอข้อมูลว่า การตีพิมพ์ในวารสารของอาจารย์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้ถูกลอกเลียนแบบจากนักวิจัยต่างประเทศได้นำข้อมูลทั้งชุดที่ได้มีการนำเสนอในวารสารไปตีพิมพ์ในวารสารอื่นๆ จึงขอให้คณาจารย์ทุกท่านระวังการลอกเลียนแบบงานวิจัยของตนเองที่ได้รับการตีพิมพ์ไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อมิให้เกิดกรณีที่ได้ยกตัวอย่าง

5.3   US-Thai Consortium 2013

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ขอให้คณะกรรมการอำนวยการ ศ.ศ.ภ.ท. เร่งเตรียมการรองรับการประชุม US-Thai Consortium 2013 ที่จะมีขึ้น ณ Maryland, Baltimore, USA โดยที่ประชุมมีมติให้ตัวแทน US-Thai Consortium ของไทยที่ได้มีการดำเนินการเมื่อปี 2012 ประกอบด้วย รศ.ดร.ธีระพล ศรีชนะ (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ผศ.ดร.สุรกิจ นาทีสุวรรณ (มหาวิทยาลัยมหิดล) และผศ.ดร.สุพัฒน์ สุบงกช (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) เป็นผู้ประสานงานกับตัวแทนของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดิม



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดนโยบายและการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมภาคสนาม ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดนโยบายและการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมภาคสนาม ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และการพัฒนาและสนับสนุนแหล่งฝึกให้มีศักยภาพมากขึ้น รองรับการเรียนการสอนในหลักสูตรเภสัชสาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี)





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th