หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  เพียงจันทร์  เศวตศรีสกุล   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   12 ก.ย. 2554    ถึงวันที่   12 ก.ย. 2554
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สถาบันคลังสมองของชาติ   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    การประชุมวิจารณ์ข้อเสนอการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ ครั้งที่ 2
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    15 ก.ย. 2554


  เนื้อหา ?
  

แนวคิดเกี่ยวกับข้อเสนอระบบวิจัยของประเทศ โดย มองว่าการวิจัยเป็นการลงทุน (ศ.ดร.ปิยะวัตร บุญหลง)โดย

พิจารณาว่า (1) ควรลงทุนเท่าไร (2) ด้านใดบ้าง (3) จะบริหารจัดการอย่างไร และ(4) คาดหวังผลตอบแทนอะไรได้บ้างและเมื่อใด

การลงทุนในแบบที่ 1: จาก Basic Research สู่ Utilization (Basic Research>>Applied Research>>Translational Research>> Utilization) การลงทุนแบบนี้มีมานานแล้ว ทำกันทั่วไป ทั่วโลกซึ่งมีจุดแข็ง คือ New Knowledge และ จุดอ่อน คือ Low throughput

การลงทุนในแบบที่ 2: จากโจทย์พัฒนาสู่ Research   (Development Questions (จาก Real World) >>Review, Fact-finding >> Applied Research (ด้าน Policy, Economic, Society & Community) >> Basic Research โดยเน้นในกลุ่ม ป.โท, เอก “Academic World”)  

การลงทุนวิจัยควรพิจารณาตามความต้องการ/ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

1.วิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ จะมีกลุ่ม Stakeholder  กลุ่มหนึ่ง

2.วิจัยเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะมีกลุ่ม Stakeholder  กลุ่มสอง

3.วิจัยเพื่อสังคมและชุมชน จะมีกลุ่ม Stakeholder  กลุ่มสาม

4.วิจัยเพื่อนโยบาย จะมีกลุ่ม Stakeholder  กลุ่มสี่

ธรรมชาติของการวิจัยทั้ง 4 tracks, ความคาดหวัง และและระบบการจัดการต่างกัน

การลงทุนการวิจัยของประเทศควรพิจารณา Return on Investment

ลำดับ 1 (individual indicators)          – ผลงานวิจัยสำเร็จตามวัตถุประสงค์

                                                                -เกิดประโยชน์จากงานวิจัย

                                                                -สร้างเสริมนักวิจัยและความเข้มแข็งของวงการวิจัย

ลำดับ 2 (summative indicators)         -ความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูงขึ้น

                                                                -คุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายสูงขึ้น

                                                                -คุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติดีขึ้น

ลำดับ 3 (peer opinions)                      -ชื่อเสียงของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในวงการ

โครงสร้างระบบวิจัยของประเทศ เสนอให้มี 3 ระดับ คือ Strategic Level, Grant Management Level, and Research Level โดย ควรมีทั้ง 4 tracks

คุณภาพและผลงานของแต่ละ tracks (เลือกทำ/กำหนดวัตถุประสงค์ตาม track ไหน ต้องได้คุณภาพตามนั้น)

Track 1 วิชาการ – ผลงานตีพิมพ์ วารสาร หนังสือ

Track 2 สังคมและชุมชน – ศาสตร์ที่ใช้ + ผลลัพธ์ ผลกระทบ

Track 3 เศรษฐกิจ – หลักฐานทางการเงิน ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ

Track 4 นโยบาย – การเลี่ยนแปลงนโยบาย กติกา

ผู้วิจัยเสนอให้จัดสรรงบประมาณวิจัยใหม่ (ตาม GDP) รวมถึงวิธีการใหม่และระบบใหม่ โดยคงการจัดสรรงบประมาณวิจัยแบบเดิม เป็นลักษณะทำแบบเดิมครึ่งหนึ่งแบบใหม่ครึ่งหนึ่ง แทนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

หลังจากนั้นเป็นรายละเอียดข้อเสนอ

-ระบบวิจัยและสถาบันการศึกษาด้านการเกษตร โดย รศ.ดร.พงศ์เทพ อัครธนกุล

-ระบบการสนับสนุนการวิจัยทางสังคมศาสตร์ โดย ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์

- ระบบการสนับสนุนการวิจัยทางมนุษยศาสตร์ โดย รศ.ดร.สุวรรณา สถาอานันท์

- ระบบการสนับสนุนการสร้างสรรค์ทางศิลป โดย ผศ.ดร.อริศร์ เทียนประเสริฐ

-ระบบการสนับสนุนการวิจัย โดย ดร.สมชัย จิตสุชน

- ระบบประเมินผลการวิจัยของไทย โดย รศ. สมพร อิศวิลานนท์



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

แนวทางการวางแผนการวิจัยให้สอดคล้องกับ Track ที่จะเลือกทำวิจัย



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

แนวทางการวางแผนการวิจัยและเทคนิคการนำเสนอข้อมูล ที่แสดงให้เห็นถึงการวิเคราะห์ในมหภาคได้ชัดเจน







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th