หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  จิราภรณ์  สรรพวีรวงศ์   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   18 มี.ค. 2552    ถึงวันที่   20 มี.ค. 2552
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   กรมสุขภาพจิต   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    "เทคนิคการให้คำปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ"
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    27 มี.ค. 2552


  เนื้อหา ?
  

       ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสุขภาพได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้รูปแบบการเกิดปัญหามักมีสาเหตุจาก "พฤติกรรม" มากขึ้น ดังนั้นหาก บุคคลสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้มี พฤติกรรมสุขภาพที่ดีก็เชื่อว่าจะสามารถส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้     

         แรงจูงใจเป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างคงที่และถาวรของมนุษย์ ดังนั้นในช่วยเหลือหรือการบำบัดรักษาจึงให้ความสำคัญในเรื่องแรงจูงใจที่ผลักดันให้ผู้รับบริการมามารับการบำบัดซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินความสำเร็จและความล้มเหลวในการบำบัด   ได้มีความพยายามที่จะนำวิธีการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ มาใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหากลุ่มต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคงพฤติกรรมที่ต้องการได้ตลอดไป เช่น ในกลุ่มผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถหยุดเสพและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขมีความตั้งใจในการบำบัดรักษาและร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติตามแผนการรักษา ไม่หวนกับไปเสพยาเสพติดซ้ำอีก  ในกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มAlcohol ผู้ที่มีปัญหาพฤติกรรมการกินอ้วนหรือผอมเกินไป ผู้ป่วยเบาหวาน  ผู้ป่วยที่กินเค็ม ไม่ออกกำลังกาย โรคความดันโลหิตสูง  ผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่ยอมกินยาอย่างต่อเนื่อง

        จากแนวคิดที่เชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองได้  บทบาทของผู้ให้การปรึกษาจึงเป็นการช่วยให้ผู้รับบริการมีโอกาสใช้ศักยภาพของตนเองในการพัฒนากระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เกิดขึ้นได้   การให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจเป็นการช่วยให้ผู้รับบริการมีความรู้สึกมีคุณค่า มีความเชื่อมั่นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างคงที่และถาวร โดยผู้ให้การปรึกษาจะต้องเป็นผู้สืบค้นแรงจูงใจของผู้รับบริการ ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญดังนี้  
    
1.  แสดงความเข้าใจผู้รับบริการ ( Express Empathy ) โดยการฟังอย่างตั้งใจที่จะเข้าใจความรู้สึก ไม่ตัดสิน ไม่วิจารณ์ ช่วยให้เข้าใจถึงความลังเล และมีผลในการสร้างแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนแปลง  
2.  ช่วยให้การรับบริการเห็นถึงความขัดแย้ง ( Develop Discrepancy ) ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างพฤติกรรมปัจจุบัน กับสิ่งที่ต้องบรรลุ จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้  
3.  หลีกเลี่ยงการทะเลาะ ขัดแย้งหรือเอาชนะ ( Avoid Argumentation ) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งไร้ประโยชน์  
4.  โอนอ่อนตามแรงต้าน ( Roll with Resistance ) เพื่อเปลี่ยนการรับรู้หรือมุมมองของผู้รับบริการ แต่ไม่ได้บังคับให้เห็นคล้อยตาม  
5.  สนับสนุนความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองของผู้รับบริการ ( Support Self ? Efficacy ) โดยสื่อให้ผู้รับบริการรู้ว่าสามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่สำคัญยิ่ง 
   



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

 

1. สามารถนำมาใช้ในการสอนนักศึกษาเรื่อง   Brief advise and brief intervention and Motivational counseling

2. นำมาใช้ในการวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะด้าน Drug adhearance ในผู้ป่วยจิตเวชที่ตนเองสนใจ



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  การทำวิจัยในเรื่องที่ตนเองสนใจคือ การใช้ Motivational Counseling เพื่อเพิ่ม Drug adhearance ในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน และนำมาใช้ในโครงการบุหรี่ ที่ได้รับการสนับสนุนนทุนจาก สสส.





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0458 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th