หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน ส่วนแผนงาน  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ฐิตารีย์  คลังทรัพย์   สังกัดหน่วยงาน  ส่วนแผนงาน
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมเชิงปฏิบัติการ       เมื่อวันที่   11 ก.ย. 2551    ถึงวันที่   11 ก.ย. 2551
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สนง.กพร.ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารฯศศินทร์/สนง.จว.สฎ.   จังหวัด  สุราษฎร์ธานี
  เรื่อง/หลักสูตร    โครงการเสริมสร้างขีดสมรรถนะสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    17 ก.ย. 2551


  เนื้อหา ?
  

        การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบแนวทางการพัฒนาเสริมสร้างขีดสมรรถนะของสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด หรือชื่อย่อ OSM (Office  of Strategic Management) ตลอดจนแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดที่มีความสอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติและความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัด  ตามแนวทางของร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจัหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.....ซึ่งกำหนดดำเนินการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดนำร่องจำนวนทั้งสิ้น 10 กลุ่มจังหวัด  โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  ซึ่งมีอีก 3 จังหวัดในกลุ่มร่วมด้วยคือ สุราษฎร์ธานี ชุมพร และพัทลุง

        การนำเสนอมีประเด็นเรื่องผลการศึกษาสถานะปัจจุบัน ศักยภาพและตำแหน่งของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และทางเลือกยุทธ ศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด  ซึ่งมาจากการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มจังหวัด 6 ด้านหลักคือเกษตร  อุตสาหกรรม  ทรัพยากรธรรมชาติ  ท่องเที่ยว  สังคมและสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์ SWOT ตลอดจนการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของกลุ่มจังหวัด ดังนี้ 

ภาพรวมการศึกษาศักยภาพของกลุ่มจังหวัด(โดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

        ด้านเกษตรกรรม  เป็นโครงสร้างหลักทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดโดยมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือปาล์มนำมันและยางพารา  ด้านอุตสาหกรรม  มีความสำคัญต่อกลุ่มจังหวัดและต่อประเทศน้อย โดยที่โรงงานและแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม  ด้านการท่องเที่ยว  รายได้จากการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอยู่ในระดับสูง  เนื่องจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันสูง โดยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ด้านสังคม  มีสถานะด้านสังคมในภาพรวมระดับปานกลางเมื่อเทียบกับกลุ่มจังหวัดอื่นๆ  โดยมีค่าดัชนีความก้าวหน้าของคนในด้านสุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ดี  ในขณะที่ด้านชีวิตครอบครัวและชุมชน และด้านการคมนาคมสือสารอยู่ในเกณฑ์ตำ  ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ศักยภาพและจุดแข็ง จุดอ่อน  โอกาส  ภัยคุกคาม ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  ทำให้สามารถกำหนดทิศทางและเป้าหมายการพัฒนา  ตลอดจนทางเลือกยุทธศาสตร์จากการประชุมครั้งที่ 1ได้  ดังนี้

ทิศทาง  เป้าหมายการพัฒนาและทางเลือกยุทธศาสตร์

     พัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายปาล์มนำมันและยางพาราที่สำคัญของประเทศ  , พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยเชื่อมโยงกับกลุ่มอันดามันและสร้างความสมดุลระหว่างจำนวนนักท่องเที่ยวและสภาพแวดล้อมที่ดี  , พัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งเพื่อเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุน  การท่องเที่ยว  และการกษตรกับประเทศในกลุ่ม IMT-GT , เพิ่มความหลากหลายของสินค้าเกษตรตามความเหมาะสมของพื้นที่ , พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่นอุตฯที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียง  รักษาอนุรักษ์วิถีชีวิต

 กรอบยุทธศาสตร์เบื้องต้นของกลุ่มจังหวัด

       วิสัยทัศน์   :  ศูนย์กลางการผลิตยางพาราและปาล์มนำมันที่มีคุณภาพและครบวงจรและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

       ประเด็นยุทธศาสตร์    :   1. การผลิตและแปรรูปสินค้ายางพารา  2.  การผลิตและแปรรูปสินค้าปาล์มนำมัน  3. ยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ซึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 และ 2 มีแนวทางดำเนินการ 4 ลักษณะ ได้แก่  การเพิ่มผลผลิตการเกษตร , การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ,  การขยายตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า  และ การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนและ cluster   สำหรับประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3

กำหนดแนวทาง 5 ลักษณะ ได้แก่ การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดในกลุ่มและกลุ่มอันดามัน , การเพิ่มรายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยว  , การอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อม  , พัฒนาบุคลากร  และ รักษาวิถีชีวิตชุมชน

นอกจากนี้ในการประชุมยังมีการพูดถึงและนำเสนอประเด็นสำคัญที่มีความเกี่ยวโยงถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในหลายประเด็น  ดังนี้

    1.  งานวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยการผลิตและพันธ์ปาล์มนำมัน และยางพาราในพื้นที่กลุ่มจังหวัดยังมีน้อย

    2.  ควรสร้างองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับศูนย์วิจัยพันธ์พืชเศรษฐกิจต่างๆ ทางการเกษตรและศูนย์ศึกษาและพัฒนาด้านนี้เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและสนใจมากยิ่งขั้น

    3.  ควรมีการการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมากขึ้น

    4.  ควรมีการสร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ชุมชน/ผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ต่อเนื่องกับสินค้าเกษตร 

    5.  การแปรรูปยางพาราเป็นสินค้าลักษณะอื่นยังมีน้อย

    6.  สิ่งที่มีมูลค่าการลงทุนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคือเรื่อง ของเสีย(waste) ที่เกิดจากสินค้าเกษตร  ซึ่งการจัดการด้านนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยี 

    7.  การให้ความรู้ด้านการจัดการ ของเสีย(waste) ที่เกิดจากการเพิ่มผลผลิต    จากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ซึ่งมีของเสียตามมา เป็นสิ่งจำเป็น

    8.  ควรมีการสนับสนุนด้านการวิจัยเรื่องพันธุ์  เทคโนโลยี  และการใช้ประโยชน์จากต้นปาล์มให้มากขึ้น

    9.  ผลงานการวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับดินเพื่อประโยชน์ในการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพเพื่อการผลิตสินค้าทางการเกษตร มีน้อย ควรมีการให้ความรู้ด้านนี้แก่เกษตรกรเพิ่มเติม

   



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
     

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  ยังไม่มีการกรอกข้อมูล




พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th