หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  เพียงจันทร์  เศวตศรีสกุล   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ประชุมทางวิชาการ       เมื่อวันที่   11 ก.ย. 2551    ถึงวันที่   12 ก.ย. 2551
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   จังหวัด  ปทุมธานี
  เรื่อง/หลักสูตร    สุขภาพยั่งยืนบนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    16 ก.ย. 2551


  เนื้อหา ?
  

เนื้อหาการประชุม เน้นไปที่ประเด็น

-สุขภาพดีตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

-Humanized Medicine

-Humanized Health Care

-การสร้างเสริมสุขภาพ

-ระบบสุขภาพ

-การจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

การประชุมเริ่มด้วยเรื่อง มนุษย์ ที่ถือเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง (ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล) ประเทศไทยได้เขียนไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ซึ่งหลายคนเข้าใจเพียงว่าคนเป็นทรัพยากรมนุษย์  ที่จริงแล้วเป็นทุกมิติของความเป็นมนุษย์  ในประเทศไทยเรามีคนที่มีการศึกษามากมาย แต่เราสื่อสาร /พูดกันไม่รู้เรื่อง แม่แต่คนที่โผล่มาทางจอทีวีทุกวัน อ้างว่ามีชาติสกุล การศึกษาก็มี แต่คำพูดที่ออกมาดูเหมือนไร้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง (ผู้เขียนเห็นด้วย)

 

โลกเราทุกวันนี้กำลังกลายเป็นโลกขั้วเดียว คือโลกบริโภคนิยม /ทุนนิยมเสรี  ทำให้มนุษย์ตกอยู่ภายใต้การบริโภค และบริโภคจนเกินกว่าที่ธรรมชาติจะผลิต/เติบโตได้ทัน การโฆษณาให้ใช้แล้วทิ้ง เป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง  อย่างเช่นตะเกียบทำจากไม้ ต้องใช้เวลาปลูกต้นไม้มากว่า 3 ปี แต่เราใช้กินก๋วยเตี๋ยวไม่ถึง 3 นาที แล้วทิ้ง บางคนบอกว่านำไปรีไซเคิ้ลได้ ข้อเท็จจริงคือ เรา รีไซเคิ้ลได้เพียง 17 % เท่านั้น  เราปิดห้องให้มืด เปิดไฟ เปิดแอร์ และด้านหลังห้อง เขียนว่า ?โปรดประหยัดพลังงาน?

 

โลกปัจจุบันมีคน 6,700  ล้านคน พื้นที่บนโลก 1 ½  ใช้เพื่อการผลิต 2 ½ มีไว้รองรับขยะ การผลิตทางการเกษตรมีความสำคัญมากขึ้น ใครกุมอาหารได้ คือ คุมโลก ทุกวันนี้ ข้าว 1 เกวียน เท่ากับทอง 1 กิโลกรัม ในโลกนี้มี 7 ประเทศที่มีอาหารเหลือเฟือ จนสามารถส่งออกได้ และหนึ่งในนั้น คือ ประเทศไทย  แต่ ก่อนที่เกิดภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจ ปี พ.ศ. 2539 เราคิดเป็น อุต-ส่า-หา-กรรม...(ฮา) ทั้งที่เราไม่มีเทคโนโลยี เราลงทุน ดิน-น้ำ- ลม-ไฟ แถม ยาม และคนทำความสะอาดให้ด้วย เราจึงถูกกอบโกยจากต่างชาติ ก่อนเศรษฐกิจล้ม GDP อยู่ที่ 12-14 % มีการเกษตร 40 %  ปัจจุบัน(2551) 4-5 % การเกษตร 8.9 %  เราสนใจแต่เงิน แต่การพัฒนาที่แท้จริงอยู่ที่รากฐานของคน

 

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ?พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน? นำมาใช้กับเรื่องสุขภาพได้เช่นเดียวกัน เช่น เมื่อก่อน อายุ 30 ปี กระโดดร่มได้ ปัจจุบัน 70 ปี แล้ว เราพิจารณาสังขารของตนเอง  มีเงินมากขึ้น แต่ก็ไม่ต้องใช้เงินตลอดเวลา ต้องบริหารจิต/ความต้องการของตัวเอง ประมาณตนเองให้อยู่เส้นกลาง ซึ่งเส้นกลางของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ก่อนอื่นต้องประเมินตนเอง (Self Assessment) แล้วประเมินหาเส้นกลาง (หา Standard) และดำเนินชีวิต ปรับพฤติกรรมให้อยู่ในระดับเส้นกลางของตนเอง ความมีเหตุผล ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเท่าไร ครั้งหนึ่งในชีวิต (ดร.สุเมธ) เคยอยู่กระต๊อบ 3 คูณ 3 เมตร ไม่มีอาหารกิน ต้องเดินถึง 6 กิโลเมตร จึงจะมีอาหารกิน เคยมีเสื้อผ้าใช้เพียง 3 ชิ้น ทำให้น้ำหนักลดลงถึง 5 กิโลกรัม เมื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ น้ำหนักก็กลับมา ทำให้รู้ว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น คือ น้ำหนักสังคม การเลี้ยงรุ่น ฯลฯ  (คำเฉลย คือ ท่านไปบวชในวัดที่อยู่ไกลบ้านเรือน ต้องเดินออกบิณฑบาตด้วยระยะทางไกล) การอยู่ในวัดที่ไม่มีสิ่งฟุ่มเฟือย ทำให้ ต้องรู้จักบริหารเวลา บริหารความสว่าง บริหารความมืด ร่างกายที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็ต้องมีการบริหารความเสี่ยง (Risk management) มีการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และระมัดระวังเรื่องอาหารเพื่อให้ร่างกายมีสมดุล พอดี

 

ความพอดี 5 ประการ ที่พึงมี

1. สร้างความพอดีให้เกิดขึ้นในตัวเอง สร้างในจิตใจให้คิดดี

2. ความพอดีด้านสังคม เอื้อเฟื้อ ประนีประนอม

3. สร้างความพอดีด้านทรัพยากร ใช้ให้น้อยลง

4. มีความพอดีด้านเทคโนโลยี เราไม่ได้ปิดประเทศ แต่ต้องใช้ให้พอเหมาะ เช่นเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้าได้ ใช้เต็มศักยภาพไหม

5. ความพอดีด้านเศรษฐกิจ ใช้จ่ายระมัดระวัง ด้วยเหตุ-ผล

อย่าออกแบบอะไรที่ดีเกินไป จะใช้ไม่ได้ เหมือนรัฐธรรมนูญ

 

ช่วงต่อมาเป็นเรื่อง  Humanized Medicine โดย ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ Humanized Health Care โดย ดร.เสรี พงศ์พิศ ที่เป็นประสบการณ์ และมุมมองการวิจัยจากภาคประชาชน และ ผศ. นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว จากภาคบริการผู้ป่วยวิกฤติ เนื่องจาก การบรรยายมีสไลด์ประกอบที่เป็นสาระสำคัญทางวิชาการ  และทุกท่านสามารถ อ่านได้ใน www.med.tu.ac.th ในที่นี้  จึงเป็นเพียงการเล่าเกร็ดย่อย ที่แฝงข้อคิดบางประการ ที่ผู้เขียนมีความสนใจ

 

?สุขภาพกับความเป็นมนุษย์? สุขภาวะ คือ ภาวะความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

สุขภาวะ หรือ สุขภาพดีของทุกคน เป็นศีลธรรมของสังคม

หัวใจของระบบบริการสุขภาพ คือ การเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ตัวอย่าง ?มนัส มีอาชีพทาสี การทาสีใช้เหล็กแป็บน้ำมาต่อปลายแปรงทาสี วันหนึ่งขณะทาสี เหล็กไปพาดสายไฟ ไฟฟ้าช๊อด ตื่นมา มนัส แขนขาดหายไปทั้ง 2 ข้าง  หลังจากให้กลับบ้านได้ หมอ/พยาบาลไปเยี่ยมบ้าน จะทำแผล สภาพที่เห็นคือ มนัสไม่ยอมลุกจากเตียง ปัญหา คือ ทำอย่างไรจึงจะเยียวยาจิตใจของมนัสให้ลุกขึ้นได้

 ขั้นแรก มนัสต้องแปรงฟันทุกวัน แต่เขาไม่มีแขนจับแปรง จะทำอย่างไร แก้ปัญหา โดยตอกแปรงไว้กับกรอบประตู แล้วให้ยื่นปากไปแปรง ขั้นต่อมา การถ่ายอุจจาระแล้ว ล้างก้นเองไม่ได้ แก้ปัญหา ใช้วิธีประยุกต์ ต่อท่อทำที่เปิดปิดแบบเท้าเหยียบให้น้ำพุ่งขึ้นมา เพื่อให้ดูแลตัวเองได้ จะรู้สึกในคุณค่าของตนเอง  เมื่อ มนัสทำได้แล้ว หลังจากนั้นก็สนับสนุนให้กำลังใจเพื่อเข้าสู่การใช้ชีวิตในสังคม?  

 

ความท้าทายของระบบสาธารณสุขในยุคที่สอง (ปัจจุบัน): ยุคของการพัฒนาคุณภาพ คือ การสร้างระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ 

มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะฝัน และเดินไปยังจุดที่ฝัน โดยไม่มีปัญหาสุขภาพมาขวางกั้น  การจะเป็นเช่นนี้ได้ แพทย์คงต้องมีวิธีคิดในมิติทางวัฒนธรรมด้วย คือ ปรับเปลี่ยนจากการฟังเสียงในร่างกาย เพื่อหาอวัยวะ แต่เพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มการฟังความคิดของคนไข้ด้วย

 

?การเตรียมตัวเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตที่สมบูรณ์? เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องการการฟังความคิด คนเราต้องมีการเตรียมตัวตาย เพราะการตายทำใหม่ไม่ได้ (ไม่เหมือนการแต่งงานที่บอกว่า จะแก้ไขข้อบกพร่องในการแต่งงานคราวหน้าทั้งๆที่คู่ชีวิตกำลังยืนอยู่ข้างๆ)  เหมือนการหัดว่ายน้ำ ถ้าไม่มีการเตรียมตัว ตกน้ำก็ตายอย่างทรมาน การตายที่ดี ก็คือการมีชีวิตที่ดี คนที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องการตาย จะมีการดูแลตัวเองดี และเพื่อนดี (อย่างเช่น คุณหญิง พญ. พรทิพย์ โรจนนิล อันนี้เป็นข้อสังเกตของผู้เขียนเอง)

 

ฝากให้แพทย์ดูแลความเป็นมนุษย์ด้วย หลายคนอาจจะบอกว่างานที่ทำอยู่มากจนดูแลไม่ไหว ตรวจคนไข้วันละเป็นร้อย  แม้เราไม่สามารถดูได้ทั้งร้อยคน แต่ดู (Humanized care) ได้อย่างเต็มที่ 2-3 คน ก็ยังดี  จะทำให้มีสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจตัวเองให้เติบโตได้

 

ช่วงการอภิปราย ?การจัดการเรียนการสอนวิชาเวชศาสตร์ชุมชนในโรงเรียนแพทย์? มีผู้นำเสนอ จากมหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทย์รามาธิบดี คณะแพทย์มหาสารคาม คณะแพทย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยพระมงกุฏ (ปัจจุบันผลิตแพทย์ให้ทหารเพียง 20 คน อีก 80 คน ผลิตให้กระทรวงสาธารณสุข) ที่นี่มีชื่อสาขาที่น่าสนใจมาก คือ เวชศาสตร์ทหารและชุมชน สอน Good Medicine in Bad Place  ตั้งเป้าหมาย ?ทำอย่างไรจะรักษาให้ประทับใจ (humanized health care)  ใช้วิธีการให้ นศพ. early expose กับชุมชน กระจายให้นักศึกษาไปอยู่ศูนย์สุขภาพชุมชน  PCU  8 แห่ง ให้ศึกษา Family profile ใช้เวลา 3 สัปดาห์ เยี่ยมบ้าน ทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ควบคู่ไปกับการทำวิจัย พบว่าสามารถเปลี่ยน mind set ของนักศึกษาได้



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

1. แนวคิดการจัดการเรียนการสอนเวชศาสตร์ชุมชน และครอบครัว ซึ่งสำนักแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อยู่ในช่วงที่ต้องจัดการเรียนการสอนในชั้นปีที่ 2 กำลังต้องการรายละเอียดในการปฏิบัติ ที่เหมาะกับโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบันนี้

2.แนวคิดการวิจัยในกลุ่มนักเรียนสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดการระบบสุขภาพ

3.ข้อมูล ความรู้วิชาการเกี่ยวกับ Humanized medicine ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่อง การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (palliative care) ที่ผู้เขียนกำลังเตรียมการทำวิจัยความต้องการ ?การเตรียมตัวเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตที่สมบูรณ์? ในประชากรศึกษาภาคใต้



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

การวิจัย ?การเตรียมตัวเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตที่สมบูรณ์? ในประชากรศึกษาภาคใต้







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0471 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th