หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน ส่วนแผนงาน  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ฐิตารีย์  คลังทรัพย์   สังกัดหน่วยงาน  ส่วนแผนงาน
  ประเภทการปฎิบัติงาน    ฝึกอบรม       เมื่อวันที่   20 มี.ค. 2551    ถึงวันที่   23 มี.ค. 2551
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    การวางแผนกลยุทธ์ในหน่วยงานภาครัฐ
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    02 เม.ย. 2551


  เนื้อหา ?
  

          การฝึกอบรมครั้งนี้มีเนื้อหาสำคัญประกอบด้วย1. การวางแผนและการจัดการเชิงกลยุทธ์ในการบริหารภาครัฐแนวใหม่ 2. การวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเมืองของโลกและผลกระทบต่อประเทศไทย 3. แนวคิดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและขีดสมรรถนะภายในของหน่วยงาน (SWOT  Analysis) 4. วิธีการประเมินสถานภาพของหน่วยงาน 5. หลักการกำหนดทิศทางของหน่วยงาน (วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์หลัก) 6. วิธีการกำหนดประเด็นและเกณฑ์ตัวชี้วัดความสำเร็จของแผนกลยุทธ์ 7. เครื่องมือการวิเคราะห์ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ (PART) และ 8. การประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐ

การวางแผนและการจัดการเชิงกลยุทธ์ในการบริหารภาครัฐแนวใหม่

          การดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มุ่งเน้นผลงาน (Result  Based Management)ยึดเป้าหมายเป็นตัวหลักของการทำงาน  และดูที่ผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงาน  โดยจะต้องระบุผลผลิต  ผลลัพธ์ให้ได้  ซึ่งทั้งผลผลิต(Outputs) และผลลัพธ์(Outcomes) ของหน่วยงานนั้นต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนสามารถวัดได้   โดยตัวชี้วัดของผลผลิตจะต้องมีเกณฑ์ครบทั้ง 4 ด้านคือปริมาณ(Quantity) คุณภาพ(Quality) เวลา(Time) และต้นทุน(Cost)   สำหรับตัวชี้วัดของผลลัพธ์มีเกณฑ์ซึ่งประกอบด้วยปริมาณ (Quantity) คุณภาพ (Quality) เวลา(Time) กลุ่มเป้าหมาย(Target ) และ สถานที่(Place)ซึ่งส่วนใหญ่มักระบุตัวชี้วัดทุกตัวยกเว้นด้านสถานที่ ซึ่งมักมีการระบุสำหรับโครงการที่มีการทำงานในพื้นที่เฉพาะ)

          การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มุ่งเน้นผลงานจะใช้แผนเป็นตัวตั้งต้น  ซึ่งหน่วยงานต้องกำหนดเป้าหมายก่อน (เป้าหมายใหญ่ก็คือวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน)  และใช้ Strategic  Vision  Management เป็นตัวขับเคลื่อนแผน/ปรับกลยุทธ์   ซึ่งทั้งเป้าหมายและวิธีการที่ชัดเจนนั้นจะต้องกำหนดกิจกรรมหลักเพื่อนำมาใช้ในการบริหารต้นทุน  โดยคำนวณต้นทุนกิจกรรมแบบ Activity Based  Costing   เมื่อทราบต้นทุนแล้วก็จะนำไปสู่การตัดสินใจเชิงบริหารที่เหมาะสม  ทั้งในด้านกิจกรรมที่จัดและเวลาในการจัดที่สอดคล้องกัน  ซึ่งการบริหารเวลาที่ดีต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศ(IT)เข้ามาใช้ในการบริหารเพื่อรวบรวม  วิเคราะห์และตัดสินใจบนฐานของการจัดการและบริหารคุณภาพโดยรวมที่ต่อเนื่อง(TQM)  และโยงไปถึงระบบการประกันคุณภาพ  โดยหน่วยงานจะต้องคำนึงถึงคนซึ่งเป็นผู้ทำให้ระบบต่างๆขับเคลื่อนไปได้    ดังนั้นการบริหารคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ  โดยทั่วไปการพัฒนาคนจะมี 3 ลักษณะคือ 1.เน้นขีดสมรรถนะ(Competencies) 2.เน้นการเติบโตในสายงานที่ปฏิบัติอย่างชัดเจน และ3. เน้นการบริหารเชิงกลยุทธ์ (HR Scorecard) เป็นการวางคนให้เหมาะสมกับสภาพของหน่วยงานซึ่งต้องไม่ติดกับกฏ ระเบียบแต่ใช้การบริหารคนที่แตกต่างกันในงานแต่ละพื้นที่หรือประเภทงาน  ซึงสุดท้ายแล้วหน่วยงานอาจจะต้องมีการปรับรื้อกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานทั้งหมด (Business  Process  Reengineering)

          การจัดการเชิงกลยุทธ์เป็นการจัดการองค์การที่เน้น 1. การกำหนดวิสัยทัศน์ (เราจะมุ่งไปสู่อะไร : Where)  พันธกิจ(เราต้องทำอะไรบ้าง : What) และกลยุทธ์(เราจะทำอย่างไร : How) ซึ่งทั้งสามเป็นการกำหนดทิศทางขององค์การในระยะยาวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายนอกและสถานการณ์ภายในองค์การซึ่งต้องเป็นทิศทางที่ชัดเจน  เป็นที่เข้าใจและยอมรับทั่วกันของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์การ 2. มีการดำเนินการปรับทุกส่วนขององค์การเพื่อนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ และ 3. มีการติดตาม ประเมินผล เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในองค์การ(SWOT Analysis)

          การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นการวิเคราะห์ทั้งในส่วนที่เป็นสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ/การเมือง /สังคม/วัฒนธรรม/เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยงานเช่นลูกค้า คู่แข่ง ตลาด ซัพพลายเออร์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ชุมชน ตลาดแรงงาน เป็นต้น  การวิเคราะห์ส่วนนี้ทำให้หน่วยงานทราบโอกาสและภัยคุกคามของหน่วยงาน    สำหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในเป็นการวิเคราะห์โดยเริ่มจากวิสัยทัศน์ร่วม(Shared Vision)ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญแรกของหน่วยงาน , กลยุทธ์(Strategy)เป็นวิธีการที่องค์การใช้อยู่ ,โครงสร้าง(Structure)หน่วยงาน ที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ทั้งในด้านการบังคับบัญชา การประสานงาน ฯลฯ  ,ระบบ(System) ด้านเงิน  คน  พัสดุ/อุปกรณ์ ระบบการบริการหลักของหน่วยงาน   รวมถึงกฏ ระเบียบข้อปฏิบัติ   ,บุคลากร(Staff) ทั้งด้านจำนวนและคุณภาพ , ทักษะ(Skill) ของบุคลากร    ,รูปแบบบริหารงาน(Style) ของผู้บริหารซึ่งรวมทั้งวัฒนธรรมการทำงานองค์การ  โดยการวิเคราะห์ส่วนนี้ทำให้หน่วยงานทราบจุดแข็ง จุดอ่อน ของหน่วยงาน   จากการวิเคราะห์ปัจจัยทั้ง 4 ด้าน(จุดแข็ง จุดอ่อน  โอกาส  ภัยคุกคาม)ข้างต้นนั้นสิ่งสำคัญคือหน่วยงานจะต้องมีแหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิงได้และในการวิเคราะห์ต้องระบุถึงผลกระทบของปัจจัยทั้ง 4 ที่มีผลต่อหน่วยงานด้วย

 วิธีการประเมินสถานภาพหน่วยงาน 

          หน่วยงานจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่ามีจุดแข็งมากหรือน้อยกว่าจุดอ่อน  และโอกาสมากหรือน้อยกว่าภัยคุกคาม  โดยใช้วิธีการ weigh นำหนักของประเด็นต่างๆในแต่ละปัจจัย  หากมีหลายประเด็นอาจตกลงกันก่อนว่าจะเลือกกี่ประเด็นเพื่อนำมาใช้ในการ weigh นำหนัก ซึ่งโดยปกติจะเลือกประเด็นที่สำคัญมากๆและส่งผลกระทบต่อหน่วยงาน โดยจะเป็นประเด็นเชิงคุณภาพ   การ SWOT จะทำให้หน่วยงานทราบถึงตำแหน่งทิศทางของตนเองและถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์หน่วยงาน  นอกจากนี้ในการจัดทำแผนกลยุทธ์หน่วยงานต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนว่าจะทำกลยุทธ์ในระดับ unit ใดเพราะจะส่งผลถึงการเลือกประเด็นในการวิเคราะห์ SWOT ที่ถูกต้องด้วย

          การจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาจต้องนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholders)เข้ามาร่วมในการวิเคราะห์และระดมความคิดเห็นร่วมด้วย  ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะประกอบด้วย 3  ลักษณะ คือ 1. ผู้รับบริการจากผลผลิตของหน่วยงานโดยตรง (Internal Stakeholders) 2. ผู้มีความสัมพันธ์โดยตรงที่อยู่ในงานบริการเดียวกัน (Marketplaces)  และ3. ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการให้บริการของหน่วยงานแต่  มีส่วนสนับสนุนหน่วยงาน(External Stakeholders)เมื่อหน่วยงานวิเคราะห์ SWOT และประเมินสถานภาพของหน่วยงานตนเองได้แล้วว่าอยู่ตรงจุดใดและจะกำหนดกลยุทธ์ลักษณะใด(กลยุทธ์รุก /ประคองตัว/ป้องกัน/ถอยออก)  ให้สอดคล้องกับสภาพหน่วยงาน 

          การกำหนดกลยุทธ์ให้สำเร็จมีขั้นตอนดังนี้ 1.วิเคราะห์พันธกิจหน่วยงาน(ส่งมอบบริการอะไร และกลุ่มเป้าหมายคือใคร) 2.วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและนอกองค์การ 3.วิเคราะห์ SWOT 4.ประเมินภาพรวมของหน่วยงานว่าอยู่ในตำแหน่งใด 5. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ 6. กำหนดกลยุทธ์

หลักการกำหนดทิศทางของหน่วยงาน(วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์)

          การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานต้องใช้พันธกิจและเป้าประสงค์เป็นตัวนำไม่ใช่ใช้วิสัยทัศน์เป็นตัวนำ  การกำหนดวิสัยทัศน์จะใช้คำวิสัยทัศน์ร่วม( Shared Vision )เข้ามาเพื่อให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ปฏิบัติมีส่วนร่วมในการกำหนด  และการเขียนวิสัยทัศน์ควรกำหนดปีพ.ศ.ว่าจากปีใดถึงปีใด Vision ก็คือเราจะเป็นอะไร  Missionเราต้องทำอะไร  และ Objectives สิ่งที่เราทำนั้นเพื่อใคร

วิธีกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของแผนกลยุทธ์

          ตัวชี้วัดในแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานจะต้องแสดงความเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดของยุทธศาสตร์ชาติ  ยุทธศาสตร์กระทรวง  ซึ่งกำหนดเป้าหมายการให้บริการของกระทรวงไว้แล้ว  ดังนั้นตัวชี้วัดของกลยุทธ์หน่วยงานจึงดูที่เป้าหมายการให้บริการของหน่วยงานเช่นกัน  ในเชิงยุทธศาสตร์  การกำหนดตัวชี้วัดจะยึดจากเป้าประสงค์ของแผนบูรณาการ(เป็นความปรารถนาของสังคม)โยงลงมายังตัวชี้วัดผลลัพธ์(การตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย)ตัวชี้วัดผลผลิต(สิ่งที่ออกมาจากหน่วยงาน) ตัวชี้วัดกิจกรรมและตัวชี้วัดทรัพยากรหรืองบประมาณ     ซึ่งตัวชี้วัดต้องพิสูจน์ได้เชิงรูปธรรมทั้งที่เป็นผลผลิต(QQCT)  และผลลัพธ์ (2Q2T1P)  และตัวชี้วัดที่ดีต้องมีคุณสมบัติดังนี้1.สมเหตุสมผลอธิบายได้ 2.มีข้อมูลรองรับ 3.เชื่อถือได้ 4.เคลื่อนไหวได้จากความไวต่อการเปลี่ยนแปลง   สำหรับค่าของตัวชี้วัดแสดงเป็นตัวเลขในลักษณะของจำนวน   สัดส่วน  อัตราส่วน  อัตรา  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย

 



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  ยังไม่มีการกรอกข้อมูล

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  ยังไม่มีการกรอกข้อมูล




พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0469 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th