หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน ส่วนการเจ้าหน้าที่  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  สมพร  บุญเกียรติเดชากุล   สังกัดหน่วยงาน  ส่วนการเจ้าหน้าที่
  ประเภทการปฎิบัติงาน    อื่น ๆ       เมื่อวันที่   29 พ.ย. 2550    ถึงวันที่   01 ธ.ค. 2550
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)   จังหวัด  กรุงเทพมหานคร
  เรื่อง/หลักสูตร    ร่วมมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 4 (NKM 4)
  ไฟล์เอกสาร    เอกสารที่เกี่ยวข้อง
  วันที่บันทึก    19 ธ.ค. 2550


  เนื้อหา ?
  

  เนื้อหา ?

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา 09.00-16.30 น.

    เป็นการรับความรู้แบบปูพื้นฐานเกี่ยวกับหลักการจัดการความรู้ทั้งกระบวนการ รวมทั้งเรียนรู้เทคนิควิธีใช้

    เครื่องมือต่าง ๆ ในการจัดการความรู้ พร้อมกับฝึกปฏิบัติจริง โดยมี ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด ผู้อำนวยการ

    ฝ่ายส่งเสริมการสื่อสารพัฒนาการเรียนรู้ สคส. เป็นวิทยากร  (รายละเอียดเนื้อหาตามเอกสารแนบ)

 

    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550

    ช่วงเช้า เป็นการรับชมวีดิทัศน์ ?เปลี่ยนกระบวนทัศน์ พัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้?

            จากนั้น ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์  พานิช กล่าวเปิดงาน แล้วเป็นปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ

            ?การเปลี่ยนแปลงเพื่อความสุขในการทำงาน? โดย ศาสตราจารย์ นพ.จรัส  สุวรรณเวลา

   ช่วงเที่ยง หลังรับประทานอาหารกลางวัน ชมโซนนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ล้วนแล้วน่าสนใจมาก

   ช่วงบ่าย เข้าร่วม Learn 4 Change ห้องแรกที่ได้เข้าร่วมเป็น ?Love & Learn?  หรือ ?สุขที่ได้เรียนรู้?  

             เนื่องจากสื่อประชาสัมพันธ์ของหลักสูตรได้บอกว่า ?ความสุขในการทำงาน? เป็นประเด็นที่หลายองค์กรเริ่มตื่นตัว ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มากขึ้น หน่วยงานที่ลงมือทำและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ มาร่วม

ลปรร.กับท่านว่าสิ่งเหล่านี้ทำได้จริงและทำได้อย่างไร ทำแล้วได้อะไร เกิดคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด... ก็ยิ่งเพิ่ม

ความอยากเรียนรู้ของตนเอง พอเข้าห้องย่อยนี้แล้ว เริ่มมีความรู้สึกประทับใจที่มีพิธีกรร้องเพลงปลุกความรู้สึก ลึก ๆ ด้วยเพลงที่แต่งเนื้อใหม่จากเพลง Live And Learn ทำให้บรรยากาศห้องนี้มีความสุขจริง ๆ และยิ่งตื่นตา

ตื่นใจมากขึ้น เมื่อฟังเรื่องเล่าจากคุณอัศวิน  จิตต์จำนงค์ จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และคุณอภิชาติ

การุณกรสกุล ประธานกรรมการบริษัท เอเชีย พริซิชั่น จำกัด  ซึ่งเนื้อหาที่ได้รับจากการเข้าร่วมห้องย่อยนี้แน่นและเพลิดเพลินกับความสำเร็จของบริษัทดังกล่าว ผู้เล่าได้ถ่ายทอดประสบการณ์บริหารจัดการองค์กรที่ประสบความสำเร็จจากการให้ความสำคัญกับ  ?คน? 

             บริษัทดูแลทุกข์สุขพนักงานให้เกิดความรัก ความสามัคคี  สร้างจิตสำนึกให้พนักงานมีคุณธรรม

             และจริยธรรม เกิดความสุขในการทำงาน มีส่วนร่วมและรู้สึกผูกพันเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร 

             ในที่สุดองค์กรก็สามารถรักษาคนดีและคนเก่ง  คำกล่าวของประธานกรรมการบริษัทเอเชีย พริซิชั่น

             ตอนหนึ่งว่า ?ปัจจัยหลักที่จะนำพาองค์การไปสู่ความเป็นเลิศ ก็คือพนักงานที่มีความรักและพร้อม

             ที่จะฟันฝ่าอุปสรรค?

 

             หลังจากรับประทานเบรคเช้าแล้ว ได้เข้าร่วมห้องย่อย  Tool & Learn ฉลาดใช้ ? เครื่องมือเรียนรู้? โดยคณะจาก SCG INNo Fa  กลุ่มบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย เล่าถึงความสำเร็จในการนำเครื่องมือต่าง ๆ   มาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้คนเป็น ?Innovative people? โดยมีกลุ่มคนที่สร้างคน ทำหน้าที่เป็น    ผู้ค้นหาและดึงศักยภาพของคนออกมา  มีการสร้างเครือข่าย

         

            เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ต่างก็รีบไปชมโซนนิทรรศการ ในหัวข้อ Shine & Learn..ส่องประกายการเรียนรู้ แล้วเข้าร่วมกิจกรรมในห้องจุดเปลี่ยน  KM ที่มีการทำหลุมพรางไว้ให้สัมผัสและเกิดพลังความคิดจากเรื่องใกล้ตัว โยงไปสู่งาน องค์กร และภาวะแวดล้อม เพราะในเวลาอื่น ต้องเข้าห้องย่อย โซนแรกที่สนใจมากคือ กลุ่มการศึกษา ของโรงเรียนเพลินพัฒนา  มหาวิทยาลัยนเรศวร และอื่น ๆ  รวมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์การนำ สุนทรียสนทนา (dialogue) ของฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พอตอนบ่ายโมงก็ไปร่วมกิจกรรมของห้องย่อย Love & Learn ต่อ  ช่วงนี้เป็นการลปรร. ในรูปแบบ ?ทำไป เรียนรู้ไป? โดยคณะจากมหาวิทยาลัยนเรศวร  มี รศ.ดร.วิบูลย์  วัฒนาธร และคณะมาร่วมลปรร.  น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวในแวดวงสถาบันอุดมศึกษาผู้เล่าบอกความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในงานประกันคุณภาพการศึกษาของมน. สู่การบริหารจัดการในเรื่องการวิจัย งานบริการวิชาการ และงานอื่น ๆ สำหรับเรื่องเล่าทีหยิบมาเล่าให้เห็นถึงความสำเร็จในการทำ KM ก็คือการนำนักศึกษาและอาจารย์ไปลปรร.กัน แล้วเกิดบรรยากาศดี มีความเข้าใจกันมากขึ้น ในที่สุดต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจในการทำงานต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่ง

 

    วันที่ 1 ธันวาคม 2550

    ช่วงเช้า ก่อนเวลา 09.00 น. รับฟังการสรุปภาพรวมของแต่ละกลุ่มของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550

             นับเป็นกระบวนการที่ดีมาก และถือเป็นมืออาชีพจริง ๆ เพราะทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถ

             เห็นภาพและเนื้อหาของกิจกรรมห้องอื่น ๆ ที่มิได้มีโอกาสเข้าร่วมด้วย

 

 

 

             จากนั้นเข้าร่วมห้องย่อยในหัวข้อ Play & Learn ศาสตร์และศิลป์ของกระบวนการเรียนรู้

ด้วยการชื่นชม (AI) โดยทีมคุณไพฑูรย์  ช่วงฉ่ำ และทีมงานจากโรงพยาบาลพิจิตร  หัวข้อนี้ตนเองมีความ

สนใจกระบวนการ AI ว่าทำอย่างไรจึงเนียนในเนื้องาน...พยายามนั่งฟังอย่างตั้งใจ  พยายามจินตนาการ

และเพลิดเพลินไปกับผู้เล่าด้วย  ก็พบว่าเรื่องนี้เป็นศาสตร์และศิลป์จริง ๆ ด้วย เพราะกระบวนการเรียนรู้

แบบ AI หรือคำเต็มว่า ?Appreciative Inquiry? เป็นทักษะสำคัญในการทำ KM  เนื่องจาก AI เป็นการสร้าง

ความเปลี่ยนแปลงแนวใหม่ที่เน้นวิธีการเชิงบวก  กล่าวคือ เป็นการค้นหา หรือสกัดขุมความรู้ สิ่งที่ดีที่สุดในคนหรือองค์กร แล้วดึงส่วนที่เป็นความสำเร็จมาเล่าและบันทึก เพื่อสร้างพลังให้เกิดเชิงบวก โดยสรุปขั้นตอนของ AI มี 4 D หรือขั้นตอน เปรียบเสมือนเป็นจิกซอว์ที่สามารถนำมาต่อเป็นภาพใหญ่ และในแต่ละขั้นตอนนั้น

ต้องทำไปพร้อม ๆ กัน แบบแยกไม่กันออกเพื่อสามารถเนียนในเนื้องานและกิจกรรม ดังนี้

-        Discovery  เป็นการค้นหาความดี หรือความสำเร็จที่น่าชื่นชม เพื่อเป็นแบบอย่าง

-        Dream     ร่วมกันฝัน แบ่งปัน หรือการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน

-        Design    นำสิ่งที่ดีออกมาสร้างสรรค์ต่อ

-        Destiny    ดำเนินการแบบวิถีชีวิต หรือเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

               หลังจากที่ทีมงานจากโรงพยาบาลพิจิตรได้เล่าความสำเร็จในการนำกระบวนการนี้มาใช้ในฝ่ายการพยาบาลแล้ว เห็นว่าการบริการที่ทำให้เกิดความประทับใจ ต้องประกอบไปด้วย มีน้ำใจ  สร้างความยืดหยุ่น

สร้างเครือข่าย   สร้างแรงจูงใจ  ความเข้าใจ  จริงใจ  เข้าถึง  จริงใจ ใส่ใจกับผู้รับการบริการดั่งญาติมิตร

มีใจรัก ทุ่มเทต่องาน ให้บริการเกินความคาดหวัง เป็นต้น  และทีมงานได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในห้องนี้ทำกิจกรรมแบบทดลองปฏิบัติหรือฝึกกระบวนการ AI ไปในตัว ซึ่งกิจกรรมนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลก่อน แล้วจึงจะนำไปสู่กระบวนการดังกล่าว แล้วสามารถไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้           

                เมื่อพักกลางวันเสร็จได้เข้าชมโซนนิทรรศการ (ต่อ)

                ช่วงบ่ายวันสุดท้ายของการเข้าร่วม NKM 4 เป็นการฟังปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ?ผู้นำการเรียนรู้

ในสถานการณ์ปัจจุบัน?  โดยคุณประยงค์  รณรงค์  สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  และปิดการสัมมนาโดย

ศ.ดร.วิจารณ์  พานิช

 

 

 

 


  เนื้อหา ?

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา 09.00-16.30 น.

    เป็นการรับความรู้แบบปูพื้นฐานเกี่ยวกับหลักการจัดการความรู้ทั้งกระบวนการ รวมทั้งเรียนรู้เทคนิควิธีใช้

    เครื่องมือต่าง ๆ ในการจัดการความรู้ พร้อมกับฝึกปฏิบัติจริง โดยมี ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด ผู้อำนวยการ

    ฝ่ายส่งเสริมการสื่อสารพัฒนาการเรียนรู้ สคส. เป็นวิทยากร  (รายละเอียดเนื้อหาตามเอกสารแนบ)

 

    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550

    ช่วงเช้า เป็นการรับชมวีดิทัศน์ ?เปลี่ยนกระบวนทัศน์ พัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้?

            จากนั้น ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์  พานิช กล่าวเปิดงาน แล้วเป็นปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ

            ?การเปลี่ยนแปลงเพื่อความสุขในการทำงาน? โดย ศาสตราจารย์ นพ.จรัส  สุวรรณเวลา

   ช่วงเที่ยง หลังรับประทานอาหารกลางวัน ชมโซนนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ล้วนแล้วน่าสนใจมาก

   ช่วงบ่าย เข้าร่วม Learn 4 Change ห้องแรกที่ได้เข้าร่วมเป็น ?Love & Learn?  หรือ ?สุขที่ได้เรียนรู้?  

    &


   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

ภาพรวมสาระที่ได้

 ?หลักการ กระบวนการ KM  เป็นเรื่องไม่ยาก หากมีการเปิดหู เปิดตา และเปิดใจที่จะรับ

  หากจะเข้าถึง KM ต้องปฏิบัติจริง แล้วจะเห็นประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงาน?

   

    ความรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้

    - ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ประสานงานชุมชน (CoPs) เครือข่ายงานบุคคล นำมาขยายผลให้สมาชิก

      ในชุมชน และคนรอบข้างที่ได้ทำงานร่วม

    - นำเทคนิค AI มาใช้ในกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้มากขึ้น โดยเริ่มจากการร่วมทำ

      กับกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานก่อน แล้วค่อยๆ

      ขยายไปยังผู้บริหารหรือผู้ประเมินต่อไป

   

    แนวทางการแก้ไขเพื่อการพัฒนา

    - วิธีการทำ AAR : After Action Review ของการจัดกิจกรรมในเวทีใหญ่ ๆ ทำได้รวบรัดดีมาก

      และเป็นบรรยากาศที่สร้างสรรค์ โดยพิธีกรหรือผู้ประสานงานลปรร. สุ่มกลุ่มหรือเชิญทุกกลุ่ม

      (ตามเวลาที่เอื้ออำนวย) แล้วให้แต่ละท่านนำเสนอไปพร้อม ๆ กัน ในลักษณะสลับกันไป

      ซึ่งเห็นว่าหน่วยพัฒนาองค์กร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม

     - หากจัดกิจกรรมใดที่ใช้เวลา 2 วัน และมีการแบ่งกลุ่ม/ห้อง  ซึ่งผู้เข้าร่วมไม่สามารถเข้าได้

       ทุกห้องหรือทั้งหมด  ควรมีการสรุปภาพรวมในวันรุ่งขึ้น โดยจัดเป็นเวทีกลาง เพื่อให้ทุกคน

       ได้เก็บสาระมากขึ้น

 

          



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  

1.     ประยุกต์ใช้เครื่องมือเรียนรู้  เช่น สุนทรียสนทนา (dialogue), AI (Appreciative Inquiry)  มาใช้ในกระบวนการทำงานในหน้าที่ และการทำกิจกรรมของชุมชนเครือข่ายงานบุคคล หรือตามบริบทของ

เรื่องที่จะทำ

2.     เทคนิควิธีการจัดกิจกรรมที่เป็นมืออาชีพมาปรับใช้ตามความเหมาะสม







พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th