หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  เพียงจันทร์  เศวตศรีสกุล   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    สัมนา       เมื่อวันที่   30 ต.ค. 2550    ถึงวันที่   30 ต.ค. 2550
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   โครงการวิจัยเครือข่ายกองทุนการเงินฯ ม.วลัยลักษณ์   จังหวัด  นครศรีธรรมราช
  เรื่อง/หลักสูตร    การดูแลผู้สูงอายุและการเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุ
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    01 พ.ย. 2550


  เนื้อหา ?
  เป็นวิทยากรนำการสนทนาการเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุ ให้กับ โครงการวิจัยเครือข่ายกองทุนการเงินฯ  ผู้เข้าร่วมจำนวนประมาณ 80-100 คน เป็นตัวแทนจากเครือข่ายองค์กรการเงินฯ 5 เครือข่าย  ส่วนใหญ่เป็น เกษตรกร มีอายุประมาณ 40-70 ปี สำหรับเพศ มีจำนวนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  
มาจาก 4 จังหวัด คือ 
1) สมาคมสวัสดิการภาคประชาชน จ.สงขลา 2)เครือข่ายสินธุ์แพรทอง จ.พัทลุง 3)เครือข่ายองค์กรการเงินกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 
4)เครือข่ายกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์พัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต นครศรีธรรมราช 5)เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านฯ ต.กะหรอ จ.นครศรีธรรมราช

โดยในช่วงแรกให้ผู้เข้าร่วมสัมนาทดลองทำแบบทดสอบสมาธิ ที่สร้างขึ้นมาเอง จึงใช้ชื่อแบบนี้กัน เล่นๆ ว่า PJ smart test เพื่อทดสอบระบบการรับฟัง การสื่อสาร การคิด และตัดสินใจ โดยพบว่าผู้สูงอายุที่มีความสนใจกับสิ่งรอบตัว คือ ดำเนินชีวิตได้ปกติ ก็สามารถทำแบบทดสอบได้ถูกต้อง ชายวัยกลางคนจะไม่อยากทำแบบทดสอบเพราะเกรงว่าจะทำผิด แต่เครื่องมือนี้ก็ทำให้ผู้เข้าสัมนาได้สนุกสนานกับการทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งง่ายๆ แต่สามารถบอกความคิด และเป็นการนำเข้าสู่การพูดเรื่องผู้สูงอายุ


   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  จากการสังเกต เมื่อสอบถามว่าในบ้านใครมีผู้อายุมากกว่า 55 ปี บ้าง ปรากฏว่าเกินกว่าครึ่งของผู้ร่วมสัมนามีผู้สูงอายุ แต่ไม่อยาสอบถามหรือฟังคำแนะนำแบบกลางๆ เพราะเมื่อหมดเวลามีผู้มาสอบถาม และขอให้เป็นคำแนะนำแบบรายบุคคลมากกว่า จึงคิดทบทวนว่า ก่อนหน้านี้เคยไปบรรยายเชิงสัมนาให้กับกลุ่มชมรมคนทำสวน เป็นกลุ่มเครือข่ายที่ทุกคนสนิทสนมกัน จึงกล้าที่จะบอกปัญหาของผู้สูงอายุในครอบครัว และทำให้สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ และสร้างขวัญกำลังใจ รู้จักการปรับตัว รู้วิธีการที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุอย่างเข้าใจกันได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับกระบวนการที่กระทรวงสาธารณสุขได้เคยใช้เป็นกลวิธีหลักในการพูดคุยเรื่องปัญหาสุขภาพ หรือการให้ความรู้กับประชาชนนั้น ควรทำในกลุ่มเล็กที่ไม่เกิน 30 คน จะเกิดประโยชน์ได้มาก

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  พัฒนาการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0459 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th