หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาศิลปศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  ปิยนุช  ขุนสวัสดิ์   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาศิลปศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    สัมนา       เมื่อวันที่   27 ก.ย. 2550    ถึงวันที่   28 ก.ย. 2550
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   หน่วยพัฒนาองค์กร   จังหวัด  กระบี่
  เรื่อง/หลักสูตร    เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสัมพันธ์มวล.
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    29 ก.ย. 2550


  เนื้อหา ?
  

เป็นการอบรมสัมมนาโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานของมวล.ทั้งสายปฏิบัติการและสายวิชาการที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของมวล.ในรอบระยะเวลา1-2 ปี ที่ผ่านมาโดยมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์สรุปได้ดังนี้

หัวข้อ  บทบาทของนักวิชาการยุคใหม่ในมวล.

ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.ธีรยุทธ  กลิ่นสุคนธ์และผศ.อัญชลี

ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกับอาจารย์อาวุโสหลายท่ายของมวล.ที่ได้ร่วมเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงทั้งนี้แต่ละท่านได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "นักวิชาการ" (ในมุมมองที่รู้จักและประทับใจ)ไว้ดังต่อไปนี้

รศ.ดร.นภพร ทัศนัยนา ให้ความหมายของคำว่านักวิชาการไว้ว่า

"ต้องแสวงหาความรู้ไม่หยุดนิ่ง....แล้วปรับให้เข้ากับวิชาชีพของตัวเองให้พัฒนาไปสู่เป้าหมายรวมทั้งมีความรู้ทางภาษามากกว่าหนึ่งภาษา เนื่องจากปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป..."

รศ.ดร.นพมาศ "นักวิชาการต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำดี และยึดมั่นปณิธานของมวล.  เป็นหลักของท้องถิ่นและเป็นเลิศสู่สากล ทำอย่างไรให้วลัยลักษณ์มีชื่อเสียงไปสู่สากล นอกจากนี้อาจารย์ได้ยกตัวอย่างอาจารย์ดีเด่นระดับชาติว่า เป็นอาจารย์ที่ทุ่มเทสอน  สอนจนนักศึกษาประทับใจ รัก ทำงานวิจัยในระดับชาติ ขยัน เป็นทั้งผู้บริหาร นักวิจัย ครูที่ดี สร้างงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ผศ.ดร.วิมลมาลย์ "นักวิชาการเป็นที่พึ่งของชุมชน สังคม  และยกตัวอย่างพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชบิดาว่า ขอให้นึกถึงประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

อ.ดร.ธีรเดช เป็นผู้มีความรู้ สั่งสมประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับในชุมชนและสังคมของมวล. สร้างสรรค์ความรู้ต่างๆและต่อยอดให้สูงขึ้น

อ.อุไร ต้องมีองค์ความรู้ในวิชาชีพมาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์นึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก

รศ..ดรทวีพร ได้ยกตัวอย่างว่าสมัยก่อน อาจารย์จะเป็นผู้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยงดงาม ทุ่มเททำงาน ไม่ทุจริต คอรัปชั่น

ศ.ดร.ธีรยุทธได้สรุปว่า

นักวิชาการ หมายถึง ผู้ที่แสวงหาความรู้อย่างลึกซึ้ง

ส่วนครูคือผู้ที่นำความรู้นั้นมาถ่ายทอดให้เด็กได้เป็นอย่างดี

อ.อัญชลีได้ให้แนวคิดว่า สังคมมีความคาดหวังต่อนักวิชาการหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยสูง มีความคาดหวังที่ดูโดยภาพรวมแล้วค่อนไปในทางเหนือมนุษย์ สังคมให้ความเคารพ ให้ความเชื่อฟังสูงซึ่งในความเป็นจริง ครูต้องทำหน้าที่หนักมาก ต้องเป็นทั้งนักวิชาการที่ลุ่มลึก ต้องทุ่มเทอุทิศตน สอน เสียสละสูงมาก

นักวิชาการในมหาวิทยาลัย ถือเป็นนักวิชาการที่ทำวิจัยแต่ครูนอกจากสอนถ่ายทอดความรู้ การแก้ปัญหา งานหนัก เงินเดือนน้อย แต่รวยลูกศิษย์

บทบาทของนักวิชาการยุคใหม่ในมวล.

ต้องมีความรู้ทางภาษา แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องจริงจัง รู้ภาษาทาง IT. ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอนมากขึ้น

พัฒนางานให้เป็นลักษณะก้าวกระโดด ให้ทันและแข่งขันกับมหาวิทยาลัยในกำกับด้วยกัน

ควรจะจัดระบบชีวิตให้ดีทั้งเรื่องสอนและเรื่องวิจัย  และรีบทำผลงานทางวิชาการเช่น ผศ. รศ.เป็นครูมืออาชีพ  พัฒนาผู้เรียน สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำวิจัยและมีความเข้าใจในตัวผู้

เรียน ทั้งนี้การเป็นอาจารย์ไม่ใช่ป้อนอย่างเดียว ต้องกระตุ้นให้เด็กคิด



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  

เรื่องของการสอนและการวางแผนชีวิตในการทำงาน

ทั้งนี้ในวันที่สองของการสัมมนาได้มีการพูดคุยถึงวิธีการที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งกลุ่ม1  ได้ข้อสรุปดังนี้

1วางเป้าหมายและแผนการทำงานให้ดี

2สร้างความรักในงาน คิดว่างานเป็นวิถีชีวิต

3พิจารณาความจำเป็นเร่งด่วนของงาน

4อุทิศตน ทุ่มเท เสียสละ มุ่งมั่น

5.คิดในเชิงบวก

6.ทำเพื่อองค์กร

7.ใจกว้างยอมรับและเข้าใจความเป็นตัวตนของมนุษย์

8นอบน้อม ถ่อมตนและให้เกียรติผู้อื่น

Tip1(จากรศ.ดร.นภพร)

 ทักทายเมื่อพบหน้า ปิยวาจากับทุกคน

ทำตนให้เป็นประโยชน์ ไม่กล่าวโทษเพื่อนร่วมงาน

ประสานใจเป็นหนึ่งเดียว

Tip 2(จากอ.ดร.ธีรเดช)

" ถ้าเราเลือกอยู่ในที่สว่าง ย่อมมีคนเห็นและพูดถึงเราทั้งในเชิงบวกและลบ

แต่ถ้าเราทนไม่ได้ไม่อยากให้คนพูดถึงเรา เราก็ต้องเลือกอยู่ในมุมมืด ที่ไม่มีคนเห็นเราอีกเลย

เลือกเอาว่าเราจะอยู่ในที่มืดหรือที่สว่าง!

Tip 3   จากพี่นิรันดร์

ทิ้งฝันทีละดวง  ดาวจะร่วงทีละฝัน

ทิ้งมิตรภาพทีละผูกพัน ไม่นานวันกำลังใจจะสูญ

สะสมฝันทีละฝัน สิบร้อยพันเริ่มจากศูนย์

สะสมมิตรภาพที่เกื้อกูล กำลังใจจะเพิ่มพูนตลอดกาล

 



  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  การคิดงานวิจัยในการบูรณาการกับการเรียนการสอน





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0457 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th