หน้าหลัก  || คลังความรู้  ||  แจ้งผู้ที่ยังไม่บันทึกข้อมูล  ||  แลกเปลี่ยนเรียนรู้(Share Idea)   || เข้าสู่ระบบ ||


กลับหน้าที่แล้ว >> สังกัดหน่วยงาน สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์  + ดูก่อนพิมพ์รายงาน

: แบบสรุปรายการไปปฏบัติงานนอกพื้นที่ :

  ผู้บันทึก  เพียงจันทร์  เศวตศรีสกุล   สังกัดหน่วยงาน  สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์
  ประเภทการปฎิบัติงาน    อื่น ๆ       เมื่อวันที่   21 พ.ค. 2550    ถึงวันที่   22 พ.ค. 2550
  หน่วยงาน/สถาบันที่จัด   งานวิจัย   จังหวัด  สุพรรณบุรี
  เรื่อง/หลักสูตร    วิจัย "The promise of empowerment"
  ไฟล์เอกสาร    ไม่มีเอกสารประกอบ
  วันที่บันทึก    25 พ.ค. 2550


  เนื้อหา ?
  

เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย The Promise of Empowerment ด้วยการใช้เทคนิค โฟกัสกรุ๊ป ผู้นำการสนทนาคือ ผศ. ดร.เพียงจันทร์ เศวตศรีสกุล และ รศ.สวนิต อ่องรุ่งเรือง โดยช่วยกันคอยดูว่าสามารถพูดคุยจนครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ต้องการ  และ ผู้ช่วยนักศึกษาจากโครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่บันทึกเทป และภาพกิจกรรมการสนทนา และกิจกรรมโครงการฯตามสภาพปัจจุบัน  ในวันที่ 21-22 เป็นการเก็บข้อมูลที่

หมู่ 1 และ 8 ตำบลบ้านดอน อ.อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามโครงการทำสารชีวภาพ และการนวดแผนไทย

                หมู่ 8 เป็นสถานที่ที่นักศึกษาแพทย์ธรรมศาสตร์เข้าไปศึกษาชุมชน ในเดือน มิถุนายน 2545 และไปค้นหาความต้องการด้านสุภาพของชุมชน ในเดือนมีนาคม 2547 ชุมชน นี้ต้องการให้มีการฝึกนวดแผนไทย ทำลูกประคบ และน้ำมันไพล ซึ่งก่อนหน้านั้นชาวบ้านที่นี่ไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน หลังจากนักศึกษาและชุมชนร่วมกันทำกิจกรรมด้วยกัน หลังจากนั้นนักศึกษาและชุมชนได้ติดต่อสื่อสารถึงกัน เดือนสิงหาคม 2548 ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกัน จัดสถานที่อบสมุนไพร และนวดให้กับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากในช่วงแรก หลังจากน้ำท่วมผู้มารับการนวดและอบสมุนไพรลดลง (แต่ก็ยังมีผู้มาใช้บริการ) ประกอบกับโรงพยาบาลในอำเภอก็จัดให้มีการนวดแผนไทย และสามารถนำใบสำคัญไปเบิกเงินคืนได้

                กลุ่ม อสม ที่รวมตัวกันกับเพื่อนบ้าน ทำสถานที่นวดแผนไทย และอบสมุนไพร เป็นความพยายามที่จะพึ่งพิงตนเองในชุมชน น่าจะได้รับการสนับสนุน เป็นการลดภาระของภาครัฐ และเป็นความสะดวกของชุมชนในการเดินทาง

                หมู่ 1 เป็นสถานที่นักศึกษา ทำโครงการหมักปุ๋ย และสารไล่แมลง โดยมีแกนนำและสมาชิกมารวมกลุ่มกันทำกิจกรรม 39 คน ที่นี่ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำนา ก่อนหน้าที่นักศึกษาจะเข้าไป ในตำบลนี้มีการจัดตั้งโรงเรียนชาวนา โดยมีชาวนาอายุ 34-80 ปี เป็นนักเรียนที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำนาด้วยกัน โดยมีครูผู้สอนจากมูลนิธิขวัญข้าว มาให้ความรู้เรื่อง แมลง การทำปุ๋ย เพื่อปรับปรุงดิน และการคัดเลือกพันธ์ข้าว กลุ่มชาวนาหมู่ 3 และ หมู่  6 เริ่มทำไปก่อน ในหมู่นี้ก็ให้ความสนใจ แต่ยังไม่คิดจะทำ จนกระทั่งนักศึกษาแพทย์  ดำเนินโครงการสาธารณสุขในชุมชน และแนะนำให้ใช้สารชีวภาพ ทำให้เป็นแรงกระตุ้นให้อยากทดลองทำมากขึ้น หลังจากนั้น ก็มีการรวมตัวกันทำปุ๋ยหมักเอง และปรับเปลี่ยนจากการทำนาหว่าน (ซึ่งต้องใช้พันธ์ข้าว 3-3 ถังครึ่ง ต่อไร่ ในการหว่านข้าว) เป็นการทำนาดำ (ใช้พันธ์ข้าวเพียง 10 kg) การทำนาดำในปัจจุบัน สามารถใช้รถดำนาได้ และมีรถรับจ้างดำนาด้วย ปัญหา คือรถรับจ้างดำนา 1000 บาท/ไร่ แต่จะต้องใช้พันธ์ข้าวของบริษัท ซึ่งชาวนา เกรงว่าจะปนเปื้อนสารเคมี และอาจมีพันธุ์ข้าวอื่น (โดยเฉพาะข้าวดีด หรือ ข้าวอีดีด) ติดเข้ามาด้วย (ยังมีต่อ....)



   ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไข ?
  ในการจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน จะต้องมีการติดตามต่อเนื่อง เช่น ในการทำกิจกรรมเพิ่อให้ประชาชนร่วมกันดูแลสุขภาพของตนเอง จะต้องให้นักศึกษาเข้าไปในชุมชนอย่างน้อยปีละครั้งๆละ 10 วัน 2 ปี จะทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งหันมาดูแลสุขภาพตนเองอย่างจริงจัง

  ความรู้ที่จะนำไปพัฒนาต่อ ?
  การทำวิจัยเพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างถูกต้องในการทำงานตามอาชีพ เช่น ทำนาอย่างไรจึงมีสุขภาพดี ลดต้นทุน เป็นผลดีทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค





พัฒนาระบบโดย : ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบ ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
Thailand Best viewed with 800 by 600 pixels screen resolution on an Internet Explorer 5.0 up
การสร้างเอกสาร 0.0462 วินาที    ติดต่อสอบถาม lnamita@wu.ac.th